ดูแลปอดให้แข็งแรง ทำอย่างไรบ้าง

ปอดของเรา

หน้าที่หลักของปอด คือ เป็นอวัยวะที่คอยสูดออกซิเจนเข้าและแลกเปลี่ยนถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย ปรับความสมดุลกรดด่างในร่างกาย

ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ได้แบ่งการกระจายพลังของปอดไว้เป็น 2 นัย คือ

1.กระจายพลังไปที่หัวใจแล้วส่งลงไปด้านล่างทั่วร่างกาย กระจายไปตามระบบไหลเวียนเลือด เมื่อการทำงานของปอดไม่ดี ทำให้ระบบการหายใจมีปัญหา พลังงานส่งไปถึงหัวใจและอวัยวะภายในต่างๆ ได้น้อยลง

2.กระจายไปที่ผิวหนัง พลังของปอดที่สมบูรณ์จะสามารถช่วยให้รูขุมขนของผิวหนังเปิดและปิดได้ สร้างภูมิคุ้มกันที่ระบบผิวหนังมีการตอบสนองรับการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ดี ส่งผลให้ผิวหนังดี

นอกจากการดูแลตามแพทย์แผนจีนแล้ว เรายังสามารถดูแลปอดของเราให้แข็งแรงได้ด้วยวิธีการ ดังนี้

อาหารบำรุงปอดให้แข็งแรง

แครอท

มีเบต้าแคโรทีนสูงเช่นกัน และมีปริมาณวิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยป้องกันอาการหอบหืด และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของเราให้มีความแข็งแรงมากขึ้นได้

กระเทียม

ช่วยต้านการอักเสบ และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่ออัลลิซิน ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเกือบทุกชนิดได้เป็นอย่างดี

รังนก

มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด เสริมพลัง และยังช่วยในการช่วยละลายเสมหะ แก้ไอ อีกทั้งยังบำรุงและระบายความร้อนในร่างกาย

ชาดำ

มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและลำคอ เคลียร์ลมหายใจของเราให้สะอาด ส่งผลให้การทำงานของปอดดีตามไปด้วย

แอปเปิล

มีวิตามินซีและเส้นใยสูง มีเบต้าแคโรทีน ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุยังจะช่วยดูแลสุขภาพปอดอีกด้วย

บรอกโคลี

วิตามินซีสูงและอุดมไปด้วยวิตามินบี 5 และมีหน้าที่ปกป้องดูแลปอดไม่ให้เกิดความเสียหายจากสารพิษในบุหรี่ด้วย

ขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่ดีต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกับคนที่มักจะมีปัญหาเสมหะบ่อยๆ การดื่มน้ำขิงจะช่วยขับเสมหะได้

กาแฟ

คาเฟอีนช่วยให้การหายใจของเราเป็นไปอย่างสะดวกขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคหอบหืด ทว่าการดื่มกาแฟดำเพื่อสุขภาพที่ดีก็ไม่ควรดื่มเกินวันละ 4 แก้ว (ขนาดปกติ)

วิธีดูแลปอดให้แข็งแรง

ไม่สูบบุหรี่ และไม่เข้าใกล้ควันบุหรี่ หลายให้ไกลจากควันพิษ
ให้ปอดอบอุ่น เวลานอนควรห่มผ้าปิดหน้าอกให้มิดชิด
หมั่นออกกำลังกายและหายใจลึก ๆ อย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง
กินผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอด
Previous
Next
2-2-2

ซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า

ในวันที่ใครก็เศร้าได้
" 4 หนังสือและบทความเรื่องโรคซึมเศร้า"
ที่เราต้องอ่าน
เพื่อเข้าใจตัวเองและคนอื่น

ซึมเศร้า

จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลกพบว่า โรคซึมเศร้าส่งผลต่อความสูญเสียมาก และพบว่าคนในโลก 1 ใน 20 กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ในวัยรุ่นพบโรคซึมเศร้าประมาณร้อยละ 5 ซึ่งลำดับแรกต้องมาทำความรู้จักกับอารมณ์เศร้า และโรคซึมเศร้ากันก่อน ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจผิดและติดว่าสภาวะเศร้าที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นจัดการได้ แต่โรคซึมเศร้านั้น รุนแรงมากกว่านั้น
เราควรให้ความสำคัญและทำความเข้าใจ จะได้สังเกตและช่วยเหลือคนที่เศร้าได้
อารมณ์เศร้า และโรคซึมเศร้า เป็นสิ่งที่หลายคนสับสน และแนะนำผู้ป่วยซึมเศร้าจนทำให้รู้สึกว่า ไม่เข้าใจฉันบ้างเลยที่ฉันเป็นโรคซึมเศร้า โดยอารมรณ์เศร้านั้น เป็นภาวะปกติของมนุษย์เกิดขึ้นได้และจัดการได้ เมื่อตัวกระตุ้นการเปลี่ยนไป เช่น การสูญเสีย ตกงาน สอบตก เป็นต้น ก็ทำให้เกิดอารมณ์เศร้าได้
เรามารู้ ทำความเข้าใจ เพื่อให้เราเข้าใจตัวเราเองและเข้าใจคนที่เรารัก คนรอบข้างเรามากขึ้นจากหนังสือเหล่านี้กันค่ะ
หนังสือเล่มนี้ควรอ่านเพราะช่วยให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะ และอาการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้มากขึ้น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นในสังคม หากเป็นบุคคลใกล้ชิด ผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับทราบสัญญาณของอาการโรคนี้เร็วขึ้น เพื่อช่วยยับยั้ง ช่วยรักษาคนใกล้ชิดเอาไว้ ไม่ให้เลวร้ายถึงขาดฆ่าตัวตายจบชีวิตของตัวเอง

โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า ถือเป็นโรค ไม่ใช่อาการที่คิดไปเอง ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมุมมองและความคิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอย่างจริงๆ จังๆ ในอดีต คนที่เป็นโรคซึมเศร้าถูกตัดสินว่า เรียกร้องความสนใจ ผู้ป่วยจึงถูกละเลย ไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง
นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เป็นจิตแพทย์ที่ได้รับการยอมรับทั้งจากผู้ป่วยและแฟนเพจ ได้ให้ความรู้เรื่องโรคซึมเศร้า ตั้งแต่การตรวจเช็คตัวเองเกี่ยวกับข้อบ่งชี้ของโรคซึมเศร้า การวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า บทบาทของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า การทำความเข้าใจผู้ป่วย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า สัญญาณของโรคซึมเศร้า การตรวจสอบพฤติกรรม สภาพทางจิต การปฏิสัมพันธ์ อาการที่ชัดเจนของผู้ป่วย ซึ่งจะนำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย ความรุนแรงในวิธีการฆ่าตัวตาย จนนำไปสู่การบำบัดรักษา การใช้วิธีจิตบำบัด การจัดการบรรเทาความเศร้า สาเหตุของโรค สาเหตุทางจิตวิทยา สาเหตุทางสังคม สาเหตุทางจิตวิเคราะห์ ภาวะของโรคซึมเศร้ามีได้หลายสาเหตุ ทั้งความกดดันทางด้านสังคม ครอบครัว การเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีอาการโรคซึมเศร้าหลังคลอด การนำยาต้านอารมณ์เศร้ามาใช้ในผู้ป่วย การให้ความร่วมมือของผู้ป่วยในการรักษา จนกระทั่งรักษาหาย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ป่วย แพทย์ และผู้ใกล้ชิดคอยประคับประคอง
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในสังคม มีทั่วไปและมากขึ้นเรื่อย ๆ สังคมเริ่มหันมาให้ความสนใจกับโรคนี้อย่างจริงจัง เพราะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมานของโรคนี้ แนวคิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเริ่มเปลี่ยนไป ส่งผลดีให้ผู้ป่วยได้รับความสนใจและเข้าสู่การรักษาที่ถูกต้องมากขึ้น
ชื่อเรื่อง : โรคซึมเศร้า ผู้เขียน : นายแพทย์ประเสริฐ ปีพิมพ์ : 2562 เก็บความโดย : Mi_I Made ​
หนังสือเล่มนี้ควรอ่าน เพราะเป็นข้อมูลวิชาการที่ถูกย่อยมาให้อ่านง่าย ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ได้ง่ายขึ้น ทำให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งการตรวจสอบประเมินตัวเองในเบื้องต้น การเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา เพื่อแก้ไขรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ การให้ความร่วมมือทั้งจากผู้ป่วย ผู้บำบัด และผู้ใกล้ชิด โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคไกลตัวอีกต่อไป เป็นภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

ซึมเศร้า ... เล่าได้

หนังสือเน้นเขียนให้เข้าใจง่าย สื่อสารโรคซึมเศร้า ผ่านตัวเศร้าซึม ทำให้เป็นรูปธรรมเห็นภาพชัดเจน เป็นการ์ตูนแทรกในเนื้อหา ทำให้เข้าใจโรคซึมเศร้า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย เป็นโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้คนรอบข้างไม่เข้าใจ โรคซึมเศร้าที่พบได้ในคนทุกประเภท ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ
ผู้เขียนและแม่เคยมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นโรคซึมเศร้าได้
ตัวเศร้าซึมในจินตนาการของผู้เขียน มีหางสีดำขดเป็นวงกลม มีหูขนาดมหึมา ขนสีดำขลับ กรงเล็บอันแหลมคน ลักษณะที่ปรากฎสามารถทำร้ายมนุษย์ได้ คนที่เป็นโรคซึมเศร้า กลายเป็นภาระของสังครอบครัวและสังคม ส่งผลเสียหายเป็นวงกว้าง เพราะไม่สามารถดูแลและใช้ชีวิตอย่างปกติได้ ภาวะซึมเศร้ามีมาตั้งแต่สมัย 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช แต่ในอดีตมักเข้าใจว่าเป็นเพราะถูกวิญญาณร้ายครอบงำ อาการของโรคซึมเศร้า คือ เกิดความรู้สึกเศร้าหมองตลอดทั้งวัน ขาดความสนใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน น้ำหนักลดหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอนไม่หลับ รู้สึกตื่นเต้นหรือเอื่อยเฉื่อยมากเกินไป รู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่มีแรง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าหรือรู้สึกผิดมากเกินไป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการจดจ่อลดน้อยลงหรือเกิดความลังเลใจได้ง่าย คิดถึงความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตายจนถึงขั้นวางแผนฆ่าตัวตาย
ชื่อเรื่อง:ซึมเศร้า...เล่าได้ ผู้เขียน:หลินอวี๋เหิง และ ไป๋หลิง ผู้แปล:อังค์วรา กุลวรรณวิจิต สำนักพิมพ์:อินสปายร์ ครั้งที่พิมพ์:พิมพ์ครั้งที่ 1/ 2562เก็บความโดย :Mi_I Made
หนังสือเล่มนี้ควรอ่าน ที่ผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์โรคซึมเศร้า ที่เธอต่อสู้ เหมือนให้ได้มองเห็นการถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือว่าเก่ง แกร่ง และกล้าหาญมากๆ ซึ่งจะทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจคนที่เป็นโรคนี้มากขึ้น

เรื่องเล่าจากภูเขาน้ำแข็ง

เป็นหนังสือรางวัลยอดเยี่ยมนายอินทร์ อะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช 2557 เป็นเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เป็นเรื่องในช่วงวัยกำลังใช้ชีวิต บรรยายได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก ตั้งแต่มีอาการจนถึงขั้นตอนการรักษา
ผู้เขียน "ดาวเดียวดาย" ได้เขียนที่มาจากประสบการณ์ตรงของการเป็นผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นโรคซึมเศร้าได้ ผู้เขียนได้มาเล่าแบ่งปันเรื่องราวที่เธอต่อสู้ เหมือนให้ได้มองเห็นการถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือว่าเก่ง แกร่ง และกล้าหาญมากๆ
ผู้เขียนยังรังสรรค์งานได้อย่างมีวรรณศิลป์ ภาษาและการการดำเนินเรื่องมีเสน่ห์ มีสีสัน ชวนติดตาม และยังสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องซึมเศร้า โดยไม่เป็นวิชาการจำทำให้ชวนเบื่อ และนี่คือความกล้าหาญ ความเปิดเผย ความน่าชื่นชม และหัวใจที่เปิดกว้างของผู้เขียนที่ถ่ายทอดความจริงใจในซอกหลืบของคนกลุ่มหนึ่งได้อย่างงดงาม ด้วยการมอบเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนเพื่อเป็นการเรียนรู้ให้ผู้คนในสังคมได้เข้าใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และมองชีวิตอย่างเปี่ยมความหวัง ทั้งยังเป็นพลังใจให้กับเพื่อนร่วมโรคเดียวกันได้อย่างวิเศษ
ชื่อเรื่อง: เรื่องเล่าจากภูเขาน้ำแข็ง ผู้เขียน: เดียวดาย ครั้งที่พิมพ์:พิมพ์ครั้งที่ 1/ 2562 เก็บความโดย :Mi_I Made
บทความนี้ควรอ่าน เพื่อเราจะได้ดูแล คุณพ่อ คุณแม่ คุณลุง คุณป้า เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งกายและใจไปอีกนานแสนนานค่ะ

Anti-depress guides ป้องกันซึมเศร้าวัยเก๋า อารมณ์ดี 24 ชั่วโมง

ภาวะซึมเศร้า อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุที่ลูกหลานอาจจะมองข้ามไป ซึ่งไม่ใช่แค่สุขภาพทางกายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสุขภาพทางจิตใจด้วย หากปล่อยให้ภาวะเช่นนี้กัดกร่อนจิตใจมากขึ้นทุกวัน อาจทำให้ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้สูงอายุเองและคนรอบข้างได้ จึงขอแนะนำบทความดีดีที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้นำไปปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตมีสุข อารมณ์ดี 24 ชั่วโมง
สำหรับผู้สูงวัยมีคีย์หลัก 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกซึมเศร้า เบื่อหน่ายต่อการใช้ชีวิต คือ ฮอร์โมนในร่างกายลดลง, ความเสื่อมของร่างกายทำให้เคลื่อนไหวช้าลง และ ภาวะการเคี้ยวอาหารไม่ไหว ย่อยยาก เราไม่สามารถหยุดปัจจัยทั้ง 3 นี้ได้ แต่อย่างน้อยเราสามารถชะลออาการที่เกิดขึ้นได้โดย
1) วัยฮอร์โมนลดทำอย่างไรดี - เมื่ออายุ 45-50 ปี ผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนจากรังไข่จะลดลงทันที ส่วนผู้ชายจะยังไม่ลดลงทันที แต่ะจะลดลงอย่างช้าๆ แต่จะทันกันภายใน 5-7 ปี ฉะนั้นจึงต้องเตรียมตัว ปรับพฤติกรรม พยายามหากิจกรรมต่างๆ ทำเพื่อดึงตัวเองออกจากความเครียด 2) วัยความเสื่อม เคลื่อนไหวช้า ทำอย่างไรดี – แนะนำว่า ควรเดินจงกรมหรือออกกำลังกายช้าๆ เช่น รำมวยจีน ซึ่งจะช่วยดึงจิตมาอยู่ที่การเคลื่อนไหวมือและเท้า การออกกำลังกายจะเป็นการซ่อมแซมร่างกายที่พร่องลงไป เพื่อจะได้ส่งสัญญาณไปยังสมองให้เกิดการหลั่งฮอร์โมน และปล่อยวางเรื่องเครียด 3) วัยระบบย่อยทำงานช้า ทำอย่างไรดี – เรื่องโภชนาการหรืออาหารนั้น ผู้สูงอายุไม่ควรกินอาหารภายใน 3 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนหลับไม่ดี ส่วนการกินอาหารนั้นควรกินอาหารขนาดมื้อปานกลางแต่กินบ่อยขึ้น และหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ตรวจฟัน ทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟัน และพบแพทย์อยู่เสมอ
1) วัยฮอร์โมนลดทำอย่างไรดี - เมื่ออายุ 45-50 ปี ผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนจากรังไข่จะลดลงทันที ส่วนผู้ชายจะยังไม่ลดลงทันที แต่ะจะลดลงอย่างช้าๆ แต่จะทันกันภายใน 5-7 ปี ฉะนั้นจึงต้องเตรียมตัว ปรับพฤติกรรม พยายามหากิจกรรมต่างๆ ทำเพื่อดึงตัวเองออกจากความเครียด 2) วัยความเสื่อม เคลื่อนไหวช้า ทำอย่างไรดี – แนะนำว่า ควรเดินจงกรมหรือออกกำลังกายช้าๆ เช่น รำมวยจีน ซึ่งจะช่วยดึงจิตมาอยู่ที่การเคลื่อนไหวมือและเท้า การออกกำลังกายจะเป็นการซ่อมแซมร่างกายที่พร่องลงไป เพื่อจะได้ส่งสัญญาณไปยังสมองให้เกิดการหลั่งฮอร์โมน และปล่อยวางเรื่องเครียด 3) วัยระบบย่อยทำงานช้า ทำอย่างไรดี – เรื่องโภชนาการหรืออาหารนั้น ผู้สูงอายุไม่ควรกินอาหารภายใน 3 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนหลับไม่ดี ส่วนการกินอาหารนั้นควรกินอาหารขนาดมื้อปานกลางแต่กินบ่อยขึ้น และหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ตรวจฟัน ทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟัน และพบแพทย์อยู่เสมอ
ชื่อเรื่อง: นิตยสารชีวจิต ปีที่ 21 ฉบับที่ 496 มิถุนายน 2562 หน้า 30-31 เก็บความโดย Jaya.Rtp

และจากสถิติ กรมสุขภาพจิต เผยคนไทยป่วยซึมเศร้า 1.5 ล้านคน เน้นย้ำให้ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าทุกคนให้พบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยาและกระบวนการแพทย์ที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มเป็นใหม่ ๆ โอกาสหายมีสูง เมื่ออาการดีขึ้นเป็นปกติ สามารถดูแลตัวเองต่อได้เช่นปฏิบัติธรรม ควบคู่กินยาต่อเนื่อง พร้อมแนะหลักปฏิบัติตัว 8 ประการ อาทิ อย่าพยายามบังคับตัวเอง หรือตั้งเป้าหมายสูงเกินไป อย่าตัดสินใจในเรื่องสำคัญในชีวิตมากๆขณะมีอาการ ไม่ควรตำหนิตัวเอง

อย่าลืมดูแลตัวเอง ดูแลคนรอบข้าง