ชุ่มฉ่ำหัวใจ : 10 หนังสือสำหรับวันฝนพรำ

ชุ่มฉ่ำหัวใจ
10 หนังสือน่าอ่าน ยามฝนพรำ

10 หนังสือน่าอ่านในวันฝนพรำ

2-2-2

ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ

💧🌬🌧 ในความเงียบสงัดยามวิกาล หัวขโมยสามคนก่อเหตุและเข้าไปซ่อนตัวในร้านชำร้าง ทันใดนั้นก็มีจดหมายลึกลับสอดเข้ามาทางช่องประตู ใครบางคนเขียนเล่าปัญหาชีวิตและขอคำแนะนำจากเจ้าของร้านชำ หัวขโมยทั้งสามจึงนึกสนุกและสวมรอยเขียนตอบเอง 🌿แต่จู่ ๆ จดหมายที่เขียนก็หายวับไป...แทนที่ด้วยจดหมายฉบับใหม่ ปรากฏว่าจดหมายที่ว่านั้นถูกส่งมาจากอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน! พวกเขาสงสัยว่าร้านชำแห่งนี้น่าจะมีกลไกบางอย่าง ทำให้ติดต่อกับคนในอีกยุคสมัยได้ และคนที่น่าจะรู้ ความลับนี้ก็คือ คุณนามิยะ เจ้าของร้าน แต่ปัญหาคือเขาจากโลกนี้ไปหลายสิบปีแล้ว! เมื่อมิติแห่งกาลเวลามาบรรจบ...☘️💦

อยากให้ฝนตกทุกวัน ...ตอนห้าโมงเย็น

💦💧 ในความเงียบสงัดยามวิกาล หัวขโมยสามคนก่อเหตุและเข้าไปซ่อนตัวในร้านชำร้าง ทันใดนั้นก็มีจดหมายลึกลับสอดเข้ามาทางช่องประตู ใครบางคนเขียนเล่าปัญหาชีวิตและขอคำแนะนำจากเจ้าของร้านชำ หัวขโมยทั้งสามจึงนึกสนุกและสวมรอยเขียนตอบเอง 💦💧 แต่จู่ ๆ จดหมายที่เขียนก็หายวับไป...แทนที่ด้วยจดหมายฉบับใหม่ ปรากฏว่าจดหมายที่ว่านั้นถูกส่งมาจากอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน! พวกเขาสงสัยว่าร้านชำแห่งนี้น่าจะมีกลไกบางอย่าง ทำให้ติดต่อกับคนในอีกยุคสมัยได้ และคนที่น่าจะรู้ ความลับนี้ก็คือ คุณนามิยะ เจ้าของร้าน แต่ปัญหาคือเขาจากโลกนี้ไปหลายสิบปีแล้ว! เมื่อมิติแห่งกาลเวลามาบรรจบ...🌨⛈

ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว

😴"ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว" เป็นงานแปลญี่ปุ่นเรื่องแรกที่ตั้งใจเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น สำนักพิมพ์หวังว่าเมื่ออ่านจบ ทุกคนจะได้คำตอบของคำถามที่ว่า "ความสุขของคุณคืออะไร" 😴ผลงานอีกเรื่องของ "ซูมิโนะ โยรุ" ผู้เขียนเรื่อง "ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ" ที่ทุกคนคงประทับใจกับเนื้อเรื่องอันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ไม่ว่าใครก็ต้องมี "เรื่องที่อยากแก้ไข" กันทั้งนั้น "นาโนกะ" คือเด็กประถมที่ไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนเลยสักคน แต่กลับมีเพื่อนนอกโรงเรียนตั้งหลายคน เรื่องจะเปิดตัวละครเหล่านี้ขึ้นมาให้เราสงสัย ว่าพวกเขามีแบล็คกราวด์กันอย่างไร ทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้น เรื่องราวของพวกเขา จะค่อยๆเปิดเผยในขณะที่เรื่องราวต่างๆที่เกิดกับชีวิตของ นาโนกะดำเนินไปด้วย 😴😴

ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ

เรื่องราวความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างเขาและเธอ กับความลับที่ต้องเก็บงำ ความรู้สึกที่ปกปิดไว้ สะท้อนความเข้าใจคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ 🚩--- เรื่องราวของเด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมปลายผู้ที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งอื่นใดนอกจากการอ่านหนังสือ และ "ยามาอุจิ ซากุระ (Sakura Yamauchi)" เด็กสาวเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกัน ซึ่งทั้งคู่เป็นคณะกรรมการประจำห้องสมุดของโรงเรียน…อยู่มาวันหนึ่ง "ผม" เด็กนักเรียนมัธยมปลาย หนอนหนังสือที่ไม่สนใจคนอื่นรอบตัว ได้พบไดอารี่เล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนถึง "บันทึกการเจ็บป่วย" มันเป็นไดอารี่ที่เพื่อนร่วมชั้นของผม "ยามาอุจิ ซากุระ" เขียนไว้เป็นความลับ มีข้อความสะเทือนใจเขียนไว้ว่า "วันของฉันนั้นเหลือน้อยเต็มที ฉันกำลังจะตายในไม่กี่ปีต่อจากนี้" ดังนั้นการที่ผมบังเอิญไปเจอไดอารี่เล่มนี้ จากแค่เพื่อนร่วมชั้นเรียนธรรมดากลับกลายเป็นคนที่รู้ความลับ ราวกับว่าผมถูกดึงให้มากับพบเธอซึ่งเหมือนคนที่อยู่บนขั้วโลกตรงกันข้าม 🚩--- ซากุระที่ป่วยเป็น "โรคมะเร็งในตับ" แต่เธอก็ได้พยายามใช้ชีวิตในแบบคนปกติอย่างเข้มแข็ง จนกระทั่งเด็กหนุ่มได้มาพบกับหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า "I want to eat your Pancreas" ซึ่งในหนังสือเล่มนี้มีความลับและความทรงจำบางอย่างที่ถูกเขียนขึ้นโดย "ซากุระ" โลกของหญิงสาวที่กำลังต่อสู้กับความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยด้วยความเป็นจริงที่โหดร้าย แต่เธอก็ยังคงเข้มแข็ง

เพียงหนึ่งนิรันดร

🍀 บุรุษที่นางรักปักใจกลับทำให้หัวใจชอกช้ำ หลิวหมิ่นอี้สู้อุตส่าห์ลงเขามารอคอยสัญญา ทว่าเขากลับไปแต่งงานกับสตรีอื่นแล้วจะให้นางเป็นฮูหยินรองแทน! แล้วเหตุไฉนบุรุษอีกคนกลับมาขอสมรสพระราชทานกับนางเล่า! รองแม่ทัพหลี่เจียเหวินคิดกระไรของเขา มิใช่ว่าเขาหลงรักไท่จื่อเฟยหรือ แล้วนางจะปฏิเสธอันใดได้ ปณิธานที่ว่าจะอุทิศตัวเป็นหมอตามรอยท่านอาจารย์ไปตลอดมีอันสะดุดเพราะบุรุษผู้นี้! 🍀 'หากเขามิใช่คู่แท้ของข้า ก็ขอให้เราจากกันด้วยดี แต่หากเขาเป็นคู่แท้ของข้า ก็ขอให้รักกันจนแก่เฒ่า’ หรือนี่คือบุพเพกันแน่หนอ?

ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว

🐱🐯ถ้าแมวหายไปจากโลกนี้แล้วล่ะก็ จะเกิดอะไรขึ้นนะ? 🐱 เรื่องของบุรุษไปรษณีย์หนุ่มวัย 30 ปี ที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่มีอะไรหวือหวา แต่แล้วจู่ๆ ก็รู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคร้ายกำลังจะตายภายในเวลาไม่กี่เดือน เขาสิ้นหวัง ท้อแท้ แต่อย่างน้อยเมื่อกลับถึงบ้าน ก็ยังมีแมวอย่างเจ้า ‘กะหล่ำ’ ที่เหมือนจะเป็นเพื่อนในชีวิตจริงเพียงคนเดียวของเขานั้นรอคอยอยู่ และเรื่องสุดเหลือเชื่อก็บังเกิด เมื่อ ‘ปิศาจ’ ตนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นด้วยรูปลักษณ์ที่ธรรมดาๆ เหมือนตัวเขาเอง โดยปิศาจได้ยื่นข้อเสนอให้เขายอมแลกสิ่งต่างๆ ในชีวิตทีละอย่างที่จะหายจากโลกนี้ไปอย่างถาวร กับการต่อลมหายใจให้กับเขาเพิ่มไปทีละวัน แม้จะเป็นข้อเสนอที่สุดเพี้ยน แต่เพื่อการมีชีวิตอยู่ต่อ หนุ่มไปรษณีย์จึงยอมตกลง 🐱🐯 แต่เหมือนเขาจะลืมนึกไปว่า สิ่งสุดท้ายที่เขาอาจต้องยอมสูญเสียเพื่อที่จะอยู่รอดต่อบนโลกใบนี้ ก็คือเจ้า ‘กะหล่ำ’ นั่นเอง… โลกที่ปราศจากแมวจะเป็นเช่นใด? ชีวิตจะเหลืออะไรถ้าสิ่งต่างๆ ที่สำคัญล้วนสูญสลายไปหมดแล้ว?🐱🐯 นี่คือเรื่องราวที่บอกเล่าถึงคุณค่าของการมีชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงหัวใจของผู้คน คุณอาจจะเสียน้ำตาให้กับนิยายเล็กๆ เล่มนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่รักแมวหรือไม่ก็ตาม 🐱🐯

ดื่มให้แก่ดวงตาของเธอ

รวม 9 เรื่องสั้นหักมุมที่ดีที่สุดหลากหลายสีสัน ทั้งลึกลับ ตลกร้าย และอบอุ่นหัวใจ จากนักเขียนเบสต์เซลเลอร์เหนือมาตรฐาน ที่จะทำให้คุณรู้ซึ้งว่า ... เรื่องสั้นก็ยังต้องเป็น ‘เคโงะ’ 📌ดื่มให้แก่ดวงตาของเธอ: ชายหนุ่มตกหลุมรักหญิงสาวปริศนาที่ซ่อนดวงตาไว้ใต้คอนแทกต์เลนส์บิ๊กอาย และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในวินาทีที่เธอเผยดวงตาที่แท้จริงให้เขาเห็น 📌ปาฏิหาริย์แซฟไฟร์: เมื่อเด็กหญิงซึ่งผูกพันกับแมวจรจัด ได้รู้ว่าแมวตัวนั้นถูกรถชนตาย จึงรีบตามไปยังโรงพยาบาลสัตว์ ทว่าเธอกลับพบบางสิ่งที่แสนประหลาด … ราวกับมีปาฏิหาริย์! 🌹วันวาเลนไทน์ปีที่สิบ: นักเขียนนิยายหนุ่มชื่อดังได้รับการติดต่อจากแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปเมื่อสิบปีก่อน ให้มาพบกันในคืนวันวาเลนไทน์ โดยไม่รู้ว่าค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล 📌ทารกให้เช่า: เมื่อหญิงคนหนึ่งไม่มั่นใจว่าตนจะทำหน้าที่แม่ได้สมบูรณ์หรือไม่ จึงไปเช่าหุ่นยนต์ทารกเพื่อจำลองการเลี้ยงลูก จนเกิดเป็นความรักจริงๆ ขึ้นมา 📌ปริศนาคริสต์มาส: นักแสดงหนุ่มฆ่านักเขียนบทหญิงผู้ทรงอิทธิพลในวงการหวังจบสัมพันธ์ชู้สาว แต่หลังจากแน่นิ่งด้วยพิษยา ... เธอกลับไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงคริสต์มาสต่อหน้าชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม! รวมทั้ง
- 🍄 ความตั้งใจปีใหม่ - 🍄 ฉลองวันเด็กหญิงเพียงลำพังในค่ำคืนนี้ - 🍄 นาฬิกาชำรุด - 🍄 ลูกประคำคริสตัล

ชุด ขอได้ไหม : ขอสักทีจะดีเพื่อเธอ...

นิยายรัก ชุด ขอได้ไหม... 3 เล่ม 1.ขอชิมสักคำ... ได้ไหมคนดี โดย Andra 2.ขอสักครั้ง... ให้คืนนี้ผมได้รักคุณ โดย ฉัตรฉาย 3.ขอสักที... จะดีเพื่อเธอ โดย อัญชรีย์

หวานนักเมื่อรักหวนคืน

ขาจากเธอไปสองครั้ง... ครั้งแรก แปดเดือนสิบสามวัน ครั้งที่สอง สามปี...โดยไม่มีแม้แต่คำพูด 📌-- เรื่องนี้จะเล่าถึงชีวิตของคู่รักคู่หนึ่ง อยู่ในช่วงวัยใสที่รู้จักเพียงแค่คำเรียกว่ารัก นั่งชมความงามของดอกซากุระยามเช้า สูดกลิ่นไออุ่นของแดดอ่อน ๆ ยามบ่าย ทว่าไม่เคยเดินฝ่าลมหนาวในยามเหมันต์ จึงไม่รู้ว่าเกล็ดหิมะบาง ๆ สามารถบาดใจคนได้เจ็บสาหัส ในวันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหายไปจากชีวิต ไร้คำอธิบาย เมื่อมีแค่คำว่า...รอ . 'โจวเสี่ยว' นักศึกษาปลายภาค สาขาเอกภาษาจีน เธอมีจ๊อบพิเศษเป็นครูสอนภาษา ปากคมแต่ใจอ่อน ถูกหนุ่มเศรษฐศาสตร์สายทุ่มอย่าง 'จ้าวฟั่นโจว' บุกชิงหัวใจ ทุกอย่างคงราบรื่นดี ถ้าหากถึงคราวพบปัญหา จ้าวฟั่นโจวไม่เลือกที่จะทิ้งเธอเพื่อไปเผชิญหน้าเพียงลำพัง . 👉ครั้งแรก...เขาหายไปแปดเดือนสิบสามวัน เธอสามารถหาเหตุผลมาให้อภัยเขาได้ซ้ำ ๆ พร้อมทั้งรับมือกับความหน้าด้านหน้าทนในความพยายามกู้ใจเธอคืน 👉ครั้งต่อมา เธอขอร้องว่า...'อย่าไปได้ไหม' ซึ่งคำขอครั้งนั้นทำให้เขาหายไปจากชีวิตเธอถึงสามปีเต็ม โดยธรรมชาติแล้วหัวใจคนเรามักแข็งแรงขึ้นตามขนาดของรอยบาดแผล จึงเป็นที่มาของเรื่อง 'หวานนักเมื่อรักหวนคืน' ฉบับคนถูกทิ้งให้ทนทุกข์ กับคนที่หันหลังให้พร้อมพันหมื่นเหตุผล . 📌แล้วคนถูกทิ้งอย่างนางเอกจะสตรองพอไหม ตอนอีกฝ่ายกลับมาอีกครั้ง แล้วพระเอกจะมีเหตุผลอะไรมากู้ใจคนอ่าน หลังจากทำร้ายจิตใจอย่างแสนหนัก

ฝากหัวใจ

📌-- สำหรับเธอ ชีวิตของเธอ ไม่มีอะไรอบอุ่นไปกว่าเสียงเพลง และที่สำคัญ เพื่อเขาแล้ว มือคีบอร์ดคนนี้พร้อมสู้ตายในมุมเล็กๆมุมหนึ่งของเวที ร่ายบรรเลงบทเพลงแห่งแสงสว่าง เพื่อนำพาเขาไปสู่จุดหมาย ที่สุดท้ายแล้ว... อาจไม่มีเธอร่วมยืน 📌--สำหรับเขา ลมหายใจของเขามีไว้เพื่อเป้าหมายเดียว... นักดนตรีระดับประเทศ การสร้างอาณาจักรแห่งความฝันไม่ใช่เรื่องง่าย เงินทอง อำนาจในมือ ชื่อเสียงที่ได้มา เขาอาจต้องแลกมันมาด้วยมิตรภาพและน้ำตา 'ของเธอ' หรือไม่? 👉👉

Facebook Comments

comments

ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็อ่านหนังสือได้ : ชวนอ่านหนังสือใหม่หลากหลายแนว

Table of Contents

เลิกนิสัยทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง

Itsumo Chuto Hanpa Na Jibun Kara Nukedasu Kotsu

Itsumo Chuto Hanpa Na Jibun Kara Nukedasu Kotsu

.เลิกนิสัยทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง

เลิกนิสัยทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง

บทนำ ทำไมคุณถึงทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

ถึงเวลายื่นใบลาออกจากการเป็น "คนที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง" แล้วหรือยัง คนที่สร้างผลงานได้ดีเขาใช้ "พลังนี้" แต่ละวันที่ต้องร้องไห้ เพราะตัวเองทำอะไรก็ไม่สำเร็จ สิ่งที่สำคัญกว่าความพยายามหรือความยากลำบากเมื่อชีวิตถึงจุดพลิกผัน คนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขคือคนที่รู้จักใช้ตัวช่วย แล้วจะเริ่มอย่างไร จะทำอย่างไรให้ได้ต่อเนื่อง

บทที่ 1 คนที่ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ และคนที่ทำอะไรก็มักจะสำเร็จ

คนที่ทำอะไรมักจะสำเร็จเขาจัดการสิ่งต่าง ๆ กันอย่างไร คุณสมบัติพิเศษของคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ถ้ามีเวลามากลุ้มใจ ให้ใช้เวลานั้นปรึกษาคนอื่นดีกว่า ถ้าเอาแต่ยึดติดกับ "แรงบันดาลใจ" เท่านี้ก็ตัดสินได้ว่าคุณล้มเหลวแล้ว ทำงานทุกอย่างให้สำเร็จด้วย "เทคนิคการขว้างลูกตรงกันดีกว่า"
ชื่อเรื่อง : เลิกนิสัยทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง แปลจาก : Itsumo chuto hanpa na jibun kara nukedasu kotsu ผู้เขียน : Toyokazu Tsuruta ผู้แปล : กมลวรรณ เพ็ญอร่าม สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์ชอร์ตคัต
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม ยังอ่านหนังสือเรียนไม่ทันจบเล่มก็โยนทิ้งเสียแล้ว ยังไม่ทันจะเข้าใจสิ่งที่กำลังเรียนรู้ก็ยอมแพ้ไปเสียก่อน งานที่ทำก็เสร็จแบบลวก ๆ ไม่สามารถพูดว่า "เป็นงานที่ฉันทุ่มเทเต็มที่" ทั้งที่คิดตลอดเวลาว่าจะอ่านหนังสือแต่สุดท้ายก็ดองทิ้งไว้นานจนไม่ได้อ่านสักที
“ทำอะไรแบบครึ่งๆกลางๆ” “ทำอย่างไรให้สำเร็จ” รวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ และยังได้บอกวิธียืมความช่วยเหลือจากผู้อื่นเพื่อให้งานสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องมี “อารมณ์จะทำ” ไม่เกี่ยวกับ “นิสัยส่วนตัว” หนังสือเล่มนี้แนะนำและบอกวิธีทำให้คุณภูมิใจในตนเองอย่างง่าย ๆ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม หากไม่ลองลงมือทำจริงคุณจะไม่ได้รู้จักตัวเอง ถึงเวลายื่นใบลาออกจากการเป็น "คนที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง" แล้วหรือยัง!
บทที่ 2
นิสัยของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ วิธีใช้ ความคิด ความรู้สึก และร่างกาย เป็น "ตัวช่วย" บทนี้จะแนะนำการเชื่อมโยงความคิด ความรู้สึก และร่างกายให้ทำการใหญ่สำเร็จ โดยทำความเข้าใจว่า ความคิด ความรู้สึก และร่างกายเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเลิกบังคับตัวเองอย่างไม่ลดละ จากประสบการณ์ส่วนตัวของเรา เคยไหมยิ่งพยายามลดน้ำหนัก ยิ่งอ้วน เพราะเราจะควบคุมความรู้สึกได้แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ กดความรู้สึก อยากกิน เอาไว้ แต่ในระยะยาวเราก็ต้องยอมแพ้ต่อความหิว ที่เป็นแบบนี้เพราะความคิด ร่างกาย ไม่ใช่ของเราอย่างแท้จริง เสียงขอความคิดยังเป็นอุปสรรคขัดขวางเราอีกด้วย แต่เมื่อเราปล่อยวางความคิด ความรู้สึก กลับทำให้เราทำการใหญ่ได้อย่างน่าประหลาดใจ เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ เราต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อความคิด ความรู้สึกและร่างกายของเรา ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีการอย่างละเอียด
บทที่ 3
วิธีเอาชนะตนเองจนค้นพบพรสวรรค์ การที่จะค้นพบพรสวรรค์ไม่ใช่การออกตามหาเพียงแต่คุณรู้ตัวเท่านั้นเอง คนส่วนใหญ่คิดว่า เราต้องค้นพบพรสวรรค์แล้วลงมือ แต่คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ ลงมือทำ แล้วจะค้นพบพรสวรรค์ ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการลงมือทำทันที หากรู้สึกสนใจแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ทำให้เกิดเป็นรูปธรรม ถ้าละเลยความคิด ความรู้สึกของตัวเอง จะทำให้เราร่างกายเกลียดคุณมากขึ้น ดังนั้นเราควรมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อร่างกาย โดยเริ่มจากการให้ความสำคัญ กับความคิดที่ผุดขึ้นมา หรือความคิดสะกิดใจ แล้วลงมือสร้างมันให้เป็นรูปธรรม นั่นคือการฟังเสียงของหัวใจตัวเอง แต่ก็ระวังของปลอมด้วย การที่เราจะเจอเสียงหัวใจที่แท้จริง ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับร่างกายก่อนนั่นเอง
บทที่ 4
เคล็ดลับการเริ่มต้นทำสิ่งต่างๆ และเคล็ดลับการทำต่อไปให้ได้นาน ๆ ถ้าไม่สนุกกับกระบวนการคุณก็ทำอะไรนาน ๆ ไม่ได้ อย่ามัวแต่โฟกัสที่ผลลัพธ์ แล้วทำอย่างไรละ เราจึงจะสนุกกับกระบวนการ หนังสือเล่มนี้มีคำตอบ
Previous
Next

เริ่มต้นที่รักตัวเอง

Someone to cheer on you.

เริ่มต้นที่รักตัวเอง

แปลจาก : Someone to cheer on you.
"เริ่มต้นที่รักตัวเอง" เล่มนี้ ได้รวมบทความให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ และทำให้เรารู้สึกว่า... เราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แล้วเรากำลังใช้ชีวิตโดยหลงผิดว่าต้องทำบางสิ่งเท่านั้นถึงจะได้รับคำชมอยู่ไหม หากรู้สึกว่าโลกที่เราแบกไว้บนบ่าหนักเหลือเกิน จะวางลงบ้างก็ไม่เสียหาย ต่อให้ไม่ฝืนถึงเพียงนั้น เราก็เป็นคนยอดเยี่ยมพอแล้ว เรื่องประหลาดมีอยู่ว่า ... มีแค่เรานี่ละที่ไม่รู้ว่าเราดีพอ
บทที่ 1 แรกสุดคือรักตัวเอง, แค่พูดก็ง่ายหรอก บทที่ 2 คาร์เปเคียม, ใครบางคนผู้ส่งแรงใจให้คุณ บทที่ 3 คนเราน่ะ, เป็นไปตามความคิด บทที่ 4 รักนั้น, เกิดจากฉันให้เธอ หรือจากเธอให้ฉัน บทที่ 5 เจ้าช่วงเวลาอันเรืองรองทั้งหลาย, จงตอบข้าเถิด
“เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนบนโลกชอบเรา เช่นเดียวกับที่เราไม่อาจชอบทุกคนบนโลกได้”
ชื่อเรื่อง: เริ่มต้นรักตัวเอง สำนักพิมพ์ : springbooks ชื่อเรื่องต้นฉบับ : Someone To Cheer On You Korean Bestseller - #นัมจุนอ่าน (วง BTS) - ขายแล้วกว่า 30,000 เล่ม ในเกาหลี - เนื้อหาดี เข้าใจง่าย สร้างกำลังใจให้ตัวเอง

เรื่องเล่าจากดาวตก

เรื่องเล่าจากดาวตก

Tales From Falling Star

.

ผู้ที่เก็บดาวตกได้นั้น จะได้รับพรวิเศษ 1 ข้อ อาจเป็นของเด็กหญิงคนหนึ่งผู้ต้องกลายเป็นโจรสลัด อาจเป็นของวาฬน้อยผู้ต้องการชุบชีวิตแม่ อาจเป็นของคุณป้านางเงือกผู้ไร้เสียงร้อง.

ว่ากันว่า ทุก ๆ 300 ปี ดาวตกดวงหนึ่งจะหล่นมายังโลก ผู้ที่เก็บดาวตกได้นั้นจะได้รับพรวิเศษ 1 ข้อ พรวิเศษที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นจริงดังหวังได้ หากแต่ว่าดาวตกที่ว่านั้น มีเพียงดวงเดียว อาจเป็นของวาฬน้อยผู้ต้องการชุบชีวิตแม่ อาจเป็นของเด็กหญิงคนหนึ่งผู้ต้องกลายเป็นโจรสลัด อาจเป็นของคุณป้านางเงือกผู้ไร้เสียงร้อง อาจเป็นของทหารเรือฝึกหัดผู้โหยหาความยิ่งใหญ่ 4 เรื่องสั้น ใน 1 เรื่องยาว ดาวตกดวงนี้อาจเป็นของใครก็ได้

ภายในเล่มมี 4 เรื่องสั้นใน 1 เรื่องยาว ดังนี้ เรื่องสั้นที่หนึ่ง : ปลาดาว เรื่องราวเกี่ยวกับปลาวาฬน้อยที่ต้องสูญเสียแม่ของเขาไป เรื่องสั้นที่สอง : โจรสลัด เรื่องราวของสาวน้อยที่ทะเลาะกับพ่อและเมื่อตื่นขึ้นกลับพบว่าตนเองอยู่บนเรือโจรสลัดกลางทะเลอันกว้างใหญ่
เรื่องสั้นที่สาม : ป้านางเงือก เรื่องราวของนางเงือกตนหนึ่งที่มีรูปร่างอ้วนท้วมและมีเสียงที่แหบแห้ง ไม่ไพเราะเหมือนเงือกตนอื่น ๆ เรื่องสั้นที่สี่ : ใจกลางมหาสมุทร เรื่องราวของทหารเรือคนหนึ่งที่ต้องการที่จะเป็นใหญ่ในหมาสมุทรแห่งนี้ เรื่องสั้นทั้งสี่เรื่องนี้จะถ่ายทอดออกมาเป็นหนึ่งเรื่องยาว ผ่านมุมมองตัวละครหลักสี่ตัวภายในเรื่อง
ชื่อเรื่อง: เรื่องเล่าจากดาวตก : Tales From Falling Star ผู้เขียน/ภาพ: Atompakon ISBN: 9786164978621 (ปกอ่อน) จำนวนหน้า: 288 หน้า สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร
Play Video

วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุดในโลก

วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุดในโลก

เหตุผลแท้จริงที่หลายคนแก้ปัญหาไม่สำเร็จสักทีเป็นเพราะพวกเขาแก้ปัญหาช้า ผิดจุด และยึดมั่นกับความคิดตัวเองมากเกินไป หนังสือเล่มนี้พูดถึงเทคนิคขัดเกลาทักษะการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง เป็นขั้นเป็นตอน และรวดเร็วเทคนิคแก้ปัญหาด้วยความเร็วสุดขีด โดยไม่ผิดพลาดต่อให้สาหัสขนาดไหนก็คลี่คลายได้ใน 4 ขั้นตอนเท่านั้น 1. มองให้ออกว่ามีปัญหายังไง 2.กำหนดเส้นชัย สะสางและจัดระเบียบปัญหา 3. มองเห็นภาพรวมและสาเหตุของปัญหา 4.หาทางแก้ปัญหา
เหตุผลแท้จริงที่หลายคนแก้ปัญหาไม่สำเร็จสักทีเป็นเพราะพวกเขาแก้ปัญหาช้า ผิดจุด และยึดมั่นกับความคิดตัวเองมากเกินไป หนังสือเล่มนี้พูดถึงเทคนิคขัดเกลาทักษะการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง เป็นขั้นเป็นตอน และรวดเร็ว ซึ่งผู้เขียนใช้ฝึกอบรมพนักงาน Softbank และ Yahoo! จนเห็นผลมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เทคนิค 3 ข้อในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างฉับไว ตรวจสอบภาพรวมทั้งหมดของปัญหาด้วย “คำถาม 2 ข้อ” และเหตุผลที่มอง “ทางออกของปัญหา” ไม่เจอ
เทระชิตะ คาโอรุ นำเสนอวิธีแก้ปัญหาด้วย "ความเร็วสุดขีด" โดยไม่ผิดพลาด ต่อให้สาหัสแค่ไหนก็คลี่คลายได้ใน 4 ขั้นตอน คือ ☘️ 1 มองให้ออกว่ามีปัญหายังไง ☘️ 2 กำหนดเส้นชัย สะสางและจัดระเบียบปัญหา ☘️ 3 มองเห็นภาพรวมและสาเหตุของปัญหา ☘️ 4 หาทางแก้ปัญหา การแก้ปัญหาเป็นทักษะ ไม่ใช่พรสวรรค์ ศึกษาเทคนิคของเทระชิตะพร้อมกรณีตัวอย่างเป็นแนวทางให้คุณแก้ปัญหาที่ ณ วันนี้พวกเราทุกคนกำลังเผชิญกับมันอย่างหนักหนาสาหัสพอกัน
Play Video

วิชาเดินทางหลังเลิกเรียน

วิชาเดินทางหลังเลิกเรียน

"วิชาเดินทางหลังเลิกเรียน"

"วิชาเดินทางหลังเลิกเรียน" เป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของบันทึกความทรงจำระหว่างเดินทางของ "พลอยไพลิน ตั้งประภาพร" เจ้าของเพจ "พลอยเรียนจบแล้วทำอะไรต่อ?" ที่ออกเดินทางด้วยคำถามที่ว่า "เรียนจบแล้วจะทำงานอะไร?" และด้วยความเหวของคำถาม ทำให้เธอเองก็สงสัยและตั้งคำถามว่า "นี่กูเรียบจบแล้วต้องทำไรต่อวะเนี่ย"

วิชาเดินทางหลังเลิกเรียน

เด็กวัยรุ่นคนนี้ที่เคยเจ็บปวดกับการถูกเรียกว่าเป็น ‘เป็ด’ ได้เปลี่ยนไปอย่างไรจากการเดินทางครั้งนี้บ้าง? มาอ่านไปพร้อมๆ กัน
จากคำถาม จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ออกเดินทางไป จีน-ฝรั่งเศส ใช้เวลาร่วมเดือนในการพาตัวเองออกไปทำความรู้จักกับโลกกว้าง เริ่มออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง ไปเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ ปลายทางคือปักกิ่ง เดินทางต่อด้วยรถไฟสายทรานส์-มองโกเลีย เดินทางต่อไปยังมอสโก ประเทศรัสเซีย กลับจากท่องเที่ยวที่มอสโกแล้ว นั่งรถไฟต่อไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หลังจากชมความงามที่นี่แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เป็นประเทศที่สี่ของการเดินทาง เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีธรรมชาติที่สวยงามและเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เราสามารถเห็นแสงเหนือได้ จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เดินทางต่อไปยังประเทศที่หก คือเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ไปต่อประเทศที่เจ็ดคือเมืองอัมเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนดอกทิวลิป และได้เดินทางต่อไปคือเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเดินทางในครั้งนี้ หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้เล่าเรื่องในรูปแบบของการบันทึกการเดินทางทุกวันตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจากประเทศไทย จนไปถึงจุดหมายปลายทางคือ ประเทศฝรั่งเศส เนื้อหาน่าอ่าน น่าติดตาม มีการบรรยายถึงสถานที่ต่าง ๆ มีภาพประกอบสวย ๆ ต้องมาอ่านดูและติดตามเองถึงจะรู้ว่าหนังสือเล่มนี้มีดีตรงไหน

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn
On Key

Related Posts

mother

วันที่แม่ไม่อยู่

ชวนอ่าน  วันที่แม่ไม่อยู่.. หนังสือสะท้อนอารมณ์ถึงคนที่เป็นสามีและลูกถึงเมียและแม่ในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว  ลองอ่านแล้วจะรู้ว่า หากเรารัก ใส่ใจคนที่เรารักในระหว่างที่เขายังอยู่กับเรา และไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากวันนึงเขาไม่อยู่แล้ว เราจะต้องมาอยู่ในสภาพเหมือนในหนังสือเล่มนี้ ข้อมูลของแม่ในวันที่หายตัวไป ชื่อ : พักโซ-นยอ เกิด : 24 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1938 อายุ : 69 ปี  รูปร่างหน้าตา :   ผมตัดสั้น

Chemistry Laboratory

หนังสือประกอบการเรียน : CHM61-103 ปฏิบัติการเคมีพื้นฐาน Basic Chemistry Laboratory

ชวนอ่านหนังสือประกอบการเรียน : CHM61-103 ปฏิบัติการเคมีพื้นฐาน Basic Chemistry Laborator 1 และเชื่อมโยงหนังสือที่ต้องเรียนควบคู่ไปกับเคมี 1 ด้วย คำอธิบายรายวิชา รายวิชานี้เน้นพัฒนาทักษะพื้นฐานในห้องปฏิบัติการผ่านการฝึกเทคนิคการทดลองต่าง ๆ นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผลและจัดการข้อมูลและความคิด ทดลองและเรียนรู้เป็นรายบุคคล ดูคลิปแนะนำหนังสือแบบย่อย ก่อนเลือกอ่านและยืม มีหนังสือประกอบหลายเล่ม ที่ควบคู่ไปกับการเรียนรายวิชา หนังสือประกอบการเรียน : CHM61-101 เคมี

แคลคูลัส 1

หนังสือประกอบการเรียน MAT61-101 แคลคูลัส 1 CALCULUS 1

แนะนำหนังสือประกอบ MAT61-101 แคลคูลัส 1 CALCULUS 1 คำอธิบายรายวิชา การเรียนการสอนรายวิชานี้ออกแบบขึ้นเพื่อให้นักศึกษาสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าใจแนวคิดพื้นฐานทางแคลคูลัสที่จำเป็น และสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในสาขาวิชาชีพ หรือศึกษาต่อในรายวิชาที่สูงขึ้นได้ นักศึกษาจะได้ศึกษารายละเอียดในหัวข้อทางแคลคูลัสซึ่งประกอบด้วย ลิมิต ความต่อเนื่อง อนุพันธ์และการประยุกต์ และรูปแบบไม่กำหนด คลิปแนะนำหนังสือรายวิชา MAT61-101 แคลคูลัส 1 รายชื่อหนังสือประกอบการเรียนที่มีในห้องสมุด แคลคูลัส โทมัส, จอร์จ บรินตัน แปลโดย

หนังสือประกอบการเรียน GEN61-141 Thai Civilization and Global Citizen

ดูคลิปแนะนำ  ต้องการตัวเล่ม เลือก และยืมได้ที่ห้องสมุด หนังสือประกอบการเรียน GEN61-141 Thai Civilization and Global Citizen ความเป็นไทยและพลเมืองโลก คำอธิบายรายวิชา รายวิชานี้ศึกษาแนวคิดและกระบวนการพัฒนาวิถีความเป็นไทยทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมจากอดีตถึงปัจจุบันที่ก่อให้เกิดความศิวิไลซ์ของความเป็นไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของสังคม รวมทั้งการศึกษาพัฒนาการของสังคมโลกที่มุ่งเน้นคุณค่าของสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  โดยเฉพาะการเคารพความแตกต่าง ความหลากหลายทางสังคม การยึดหลักธรรมาภิบาลและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยอธิบายให้เห็นถึงการเชื่อมโยงของวิถีสังคมไทยกับความเป็นพลเมืองโลก หนังสือเรียนประกอบมีหลายเล่ม อารยธรรมไทย โดย ศาสตราจารย์

Facebook Comments

comments

หลากเรื่องในชีวิตของชายที่รักหนังสือ

ร้านหนังสือ
่่่่่่่่No Man Is an Island; Every Book Is a World”

หนังสือเล่มนี้ ได้บอกเล่าถึงชีวิตของเอ.เจ.ฟิกรี้ ผู้ซึ่งประสบกับความทุกข์ยากหลายสิ่งหลายอย่างในคราวเดียว ชายผู้ซึ่งเคยหมดหวังกับชีวิตกลับได้พบอะไรบางอย่างที่ได้ช่วยฉุดดึงเขาขึ้นมาจากบ่อโคลนอันมืดมิด และฉายแสงสว่างลงในหัวใจเขาอีกครั้ง จากร้านหนังสือของเขา

เอ.เจ. อ่านหนังสือมากมายที่อยู่ใน ร้านหนังสือ ทุกครั้งที่อ่านหนังสือ เอ.เจ. จะจดบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือพร้อมทั้งสอดแทรกความคิดเห็นของเขาลงไปด้วย แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในบันทึกการอ่านของ เอ.เจ. คือ การส่งต่อข้อคิดจากการอ่านหนังสือไว้ให้ “มายา” เด็กหญิงที่แม่เขาเอามาทิ้งไว้ในร้านหนังสือ พร้อมข้อความว่าอยากให้ “มายา” เติบโตมาเป็นนักอ่าน อยากให้มายาเติบโตมาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยหนังสือ และผู้คนที่สนใจหนังสือ

เอ.เจ. ทำให้เรารู้จักหนังสือหลาย ๆ เล่มผ่านการจดบันทึกการอ่านของเขา เช่น “คนขายหนังสือ (The Bookseller) ของ โรอัลด์ ดาห์ล” เรื่อง เพชรเม็ดใหญ่เท่าโรงแรมริทซ์ (The Diamond as Big as the Ritz) ซึ่งจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ เอ.เจ. ได้บันทึกข้อความถึง มายา ไว้ว่า “อยากให้ลูกจำไว้ว่าการศึกษาที่ดีหาได้จากสถานที่ที่ลูกคาดไม่ถึง” เรื่อง เด็กนำโชคแห่งรอริ่งแคมป์ (The Luck of Roaring Camp) ของ เบรด ฮาร์ท ซึ่ง เอ.เจ. อยากให้สะท้อนให้มายา เห็นถึงความสำคัญของการได้อ่านหนังสือสักเล่มในช่วงเวลาที่เหมาะสมของชีวิต จำไว้นะ มายา ตอนอายุยี่สิบเราอาจะรู้สึกคนละแบบกับอายุสี่สิบก็ได้ เรื่องนี้จริงทั้งกับการอ่านหนังสือและการใช้ชีวิต เป็นต้น ลองหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านดูแล้วจะทำให้คุณรู้ว่า “หนังสือทุกเล่มคือโลกใบหนึ่ง”

ร้านหนังสือ
บันทึก/คนขาย/หนังสือ The Diary Of a Bookseller
เพชรเม็ดใหญ่เท่าโรงแรมริทซ์ (The Diamond as Big as the Ritz)
ร้านหนังสือ
เด็กนำโชคแห่งรอริ่งแคมป์ (The Luck of Roaring Camp)

หลังจากที่อ่านจบแล้ว
. . เราสัมผัสได้หลายอย่างในหนังสือเล่มนี้ ทั้งความสุข ความเศร้า และสุดท้ายก็คือความไม่แน่นอน ในชีวิตของเราทุกคน มักมีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นเสมอ เราสูญเสียคนที่เรารัก เราผิดหวังสิ่งที่เราวาดฝัน เราไม่สมหวังในสิ่งที่เราต้องการ ชีวิตเราต่างเร่ร่อนไปตามช่วงจังหวะและโอกาส . . เช่นเดียวกับตัวละครทั้งหลายในเรื่อง เอ.เจ. เสียภรรยาที่เขารัก แต่กลับได้เจอความรักอันบริสุทธิ์อีกครั้งจาก มายา เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้ที่ร้าน . . เอ.เจ. ได้พบรักครั้งใหม่อีกครั้งกับเซลล์ขายหนังสือที่ไม่เคยสมหวังเรื่องความรักในชีวิตสักครั้งจนถึงอายุสี่สิบ . . พี่สะใภ้ของ เอ.เจ. ที่แท้งลูกถึง 7 ครั้ง ทั้งยังต้องทนกับสามีนักเขียนจอมเจ้าชู้ที่นอนกับผู้หญิงไม่เลือกหน้า
. . ทุกคนต่างมีมุมที่เศร้า เสียใจ และผิดหวังกันทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมรับและจัดการกับมันได้อย่างไรเท่านั้นเอง

2-2-2
ชื่อหนังสือ : หลากเรื่องในชีวิตของชายที่รักหนังสือ
แปลจาก : The Storied Life of A.J. Fikry ผู้เขียน : แกเบรียล เซวิน ผู้แปล : อภิญญา ธโนปจัย สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์ 2563

Our
Publications

Facebook Comments

comments

ดูแลปอดให้แข็งแรง ทำอย่างไรบ้าง

ปอดของเรา

หน้าที่หลักของปอด คือ เป็นอวัยวะที่คอยสูดออกซิเจนเข้าและแลกเปลี่ยนถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย ปรับความสมดุลกรดด่างในร่างกาย

ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ได้แบ่งการกระจายพลังของปอดไว้เป็น 2 นัย คือ

1.กระจายพลังไปที่หัวใจแล้วส่งลงไปด้านล่างทั่วร่างกาย กระจายไปตามระบบไหลเวียนเลือด เมื่อการทำงานของปอดไม่ดี ทำให้ระบบการหายใจมีปัญหา พลังงานส่งไปถึงหัวใจและอวัยวะภายในต่างๆ ได้น้อยลง

2.กระจายไปที่ผิวหนัง พลังของปอดที่สมบูรณ์จะสามารถช่วยให้รูขุมขนของผิวหนังเปิดและปิดได้ สร้างภูมิคุ้มกันที่ระบบผิวหนังมีการตอบสนองรับการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ดี ส่งผลให้ผิวหนังดี

นอกจากการดูแลตามแพทย์แผนจีนแล้ว เรายังสามารถดูแลปอดของเราให้แข็งแรงได้ด้วยวิธีการ ดังนี้

อาหารบำรุงปอดให้แข็งแรง

แครอท

มีเบต้าแคโรทีนสูงเช่นกัน และมีปริมาณวิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยป้องกันอาการหอบหืด และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของเราให้มีความแข็งแรงมากขึ้นได้

กระเทียม

ช่วยต้านการอักเสบ และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่ออัลลิซิน ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเกือบทุกชนิดได้เป็นอย่างดี

รังนก

มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด เสริมพลัง และยังช่วยในการช่วยละลายเสมหะ แก้ไอ อีกทั้งยังบำรุงและระบายความร้อนในร่างกาย

ชาดำ

มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและลำคอ เคลียร์ลมหายใจของเราให้สะอาด ส่งผลให้การทำงานของปอดดีตามไปด้วย

แอปเปิล

มีวิตามินซีและเส้นใยสูง มีเบต้าแคโรทีน ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุยังจะช่วยดูแลสุขภาพปอดอีกด้วย

บรอกโคลี

วิตามินซีสูงและอุดมไปด้วยวิตามินบี 5 และมีหน้าที่ปกป้องดูแลปอดไม่ให้เกิดความเสียหายจากสารพิษในบุหรี่ด้วย

ขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่ดีต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกับคนที่มักจะมีปัญหาเสมหะบ่อยๆ การดื่มน้ำขิงจะช่วยขับเสมหะได้

กาแฟ

คาเฟอีนช่วยให้การหายใจของเราเป็นไปอย่างสะดวกขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคหอบหืด ทว่าการดื่มกาแฟดำเพื่อสุขภาพที่ดีก็ไม่ควรดื่มเกินวันละ 4 แก้ว (ขนาดปกติ)

วิธีดูแลปอดให้แข็งแรง

ไม่สูบบุหรี่ และไม่เข้าใกล้ควันบุหรี่ หลายให้ไกลจากควันพิษ
ให้ปอดอบอุ่น เวลานอนควรห่มผ้าปิดหน้าอกให้มิดชิด
หมั่นออกกำลังกายและหายใจลึก ๆ อย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง
กินผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอด
Previous
Next
2-2-2

Facebook Comments

comments

อบอุ่นหัวใจ : 6 หนังสือบอกเล่าความผูกพันคนกับน้องหมา

Cr: ภาพน้องไข่ดาว จากเพจ Chefbook เชฟบุ๊ค
ใครเป็นคนรักหมา ลองมาอ่านหนังสือเหล่านี้ดูค่ะ แล้วจะทำให้คุณรู้ว่าเขาไม่สนใจว่าคุณรวยหรือจนหรือแย่ฉลาดหรือโง่ ให้หัวใจของคุณกับเขาและเขาจะให้คุณ - Milo Gathema

คู่มือสี่ขา หมา

          หนังสือที่จะคลายสารพัดข้อสงสัยในการเลี้ยงน้องหมาให้แก่คุณ รวมถึงวิธีสื่อความหมายระหว่างสัตว์กับเจ้าของ การออกกำลังกายร่วมกัน เลือกชุดสวยให้เหมาะ การพาไปหาหมอ และข้อแรกสุด คือ แบบทดสอบว่าคุณเหมาะจะเลี้ยงหมาหรือแมว

        อยากรู้ว่าคุณเหมาะกับสัตว์แบบไหน แต่ก่อนจะทำแบบทดสอบ ให้คุณหญิงหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ก็ทายแล้วว่า “คุณเป็นคนรักสัตว์” แน่นอน

ข้อมูลหนังสือ

  • ชื่อเรื่อง  : คู่มือสี่ขา หมา
  • ผู้เขียน   :  วิชญา  บุณยเกตุ

50 ล้านเหตุผลที่คนหนึ่งคนรักหมา

       หนังสือ ” 50 ล้านเหตุผลที่คนหนึ่งคนรักหมา เล่าถึงความน่ารักของน้องหมาจากเฟซบุ๊คแฟนเพจ ‘หมาจ๋า’ วันนี้ ณัฐวีร์ หรือ “นัด…หมาจ๋า” เจ้าของเพจได้บอกเล่ามุมมองเกี่ยวกับน้องหมาที่น่ารัก ละมุนละไม จากคนธรรมดาที่รักหมา (เท่าที่เจ้าของคนหนึ่งพึงจะมีให้สัตว์เลี้ยงได้) ถ่ายทอดผ่านลายเส้นสบายตาและเนื้อหาที่แฝงไปด้วยอารมณ์ขัน  จนอาจทำให้คนที่ไม่เคยรักหมาหันมารักหมาได้บ้าง และทำให้คนที่รักหมาอยู่แล้วรักหมามากขึ้นไปอีก

ข้อมูลหนังสือ

  • ชื่อเรื่อง  : 50 ล้านเหตุผลที่คนหนึ่งคนรักหมา 
  • ผู้เขียนและภาพประกอบ  :  หมาจ๋า ณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ
  • สำนักพิมพ์   : Banlue 

ขบวนการหมาจุด

“ขบวนการหมาจุด” เป็นเรื่องราวของหมา พันธุ์ดัลเมเชี่ยน หรือ หมาลายจุดขาวดำ  …  เมื่อคนรักหมาอย่างนายและนางเดียร์ลี่   มีสุนัขพันธุ์ดัลเมเชี่ยนอยู่ 2 ตัว  คือ ปองโกฝ่ายสามี และ มิสซิสฝ่ายภรรยา  ซึ่งได้รับความรักการดูแลเอาใจใส่จากคนทั้งคู่เป็นอย่างดี มิสซิสได้ให้กำเนิดลูกๆ ออกมาถึง 15 ตัว  

      แล้ววันหนึ่งเมื่อปรากฏร่างของ ครุเอลล่า  เดอวิล  หญิงร่างสูงผู้คลั่งไคล้  และนิยมการสวมเสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์ ได้มาเยี่ยมเยียนที่บ้านนายและนางเดียร์ลี่ ทีนี้เริ่มเกิด

เรื่องยุ่ง เมื่อลูกหมาทั้งหมดเป็นที่ถูกอกถูกใจนางเดอวิลขึ้นมา (จริงๆ แล้วเป็นขนลายจุดนั่นมากกว่า)  เมื่อเธอต้องการขนของหมาลายจุดไปทำเสื้อโค้ต และแล้ว ขบวนการลักพาหมาจุดจึงเกิดขึ้น…

ข้อมูลหนังสือ

เสียงใส ๆ จากหัวใจสี่ขา

        พบกับเรื่องราวของการยื่นมือเข้าไปช่วยน้องหมาและน้องแมวที่ประสบปัญหาวิกฤติต่าง ๆ โดย “มูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา” ของ “คุณเก๋ชลดา” ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2554 จากความบังเอิญในการช่วยเหลือหมาดำที่ถูกรุมกัดหน้าบริษัทเพียงตัวเดียว นำไปสู่การช่วยเหลือน้องหมาและแมวอีกหลายร้อยตัวในเวลาต่อมา ซึ่งแต่ละเคสมีทั้งความตื่นเต้น หวาดเสียว ดราม่า ที่มาจากเจ้าของสัตว์ผู้ใจร้าย ซึ่งนำไปสู่ความรักและความประทับใจในท้ายที่สุด 
       และในหนังสือ  คุณจะได้พบกับเรื่องราวน่าประทับใจของสัตว์หลายตัว ที่คุณเก๋ได้เข้าไปช่วยเหลือเอาไว้ และนอกจากความสนุกเพลิดเพลินที่คุณจะได้รับจากหนังสือเล่มนี้แล้ว คุณจะได้รับพลังใจในการมีชีวิตอยู่ และพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอีกด้วย
 

ข้อมูลหนังสือ

  • ชื่อหนังสือ เสียงใส ๆ จากหัวใจสี่ขา
  • ผู้่แต่ง เก๋ ชลลดา เมฆราตรี จากเพจ หมาจ๋า

หมาของผมรักดนตรีแจซ

         เป็นวรรณกรรมเยาวชนประเภทแฟนตาซีขำขันจากจินตนาการเหนือจินตนาการของเด็กชายอันดรูฮาที่เล่าเรื่องราววุ่น ๆ ของครอบครัวได้อย่างน่าประทับใจ 

      ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณพ่อมีชาที่คิดว่าชาติก่อนเคยเกิดเป็นเลียฟ ตอลสตอย นักเขียนผู้ยิ่งให่ คุณแม่จูเลียที่จู่ ๆ วันหนึ่งก็กลายเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว เจ้าปลาวาฬ สุนัขพันธุ์ไส้กรอกจอมป่วนที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นหนูยักษ์จากท่อระบายน้ำ รวมทั้งปลาคาราสที่ไม่มีวันตาย หรือที่พวกเขาได้ขุดพบทหารเยอรมันสมัยสงครามโลกที่เพิ่งตื่นหลังจากงีบหลับไปใต้ระเบียงบ้านพวกเขา และประสบการณ์น่ารักอื่น ๆ อีกมากมายที่จะทำให้คุณอมยิ้ม นี่เป็นเรื่องแปลจากประเทศรัสเซียซึ่งหาอ่านได้ยากในบ้านเรา

ข้อมูลหนังสือ

  • ชื่อหนังสือ หมาของผม รักดนตรีแจซ
  • ผู้่แต่ง มารีนา มาสควินา (Marina Moskvina)
    แปลโดย จิตอำไพ เมืองสนธิ์

คนรักหมา

        “สัตว์เลี้ยงที่ขึ้นชื่อว่า น่ารัก ซื่อสัตย์ เป็นเพื่อนร่วมโลกกับมนุษย์มานานนับพันนับหมื่นปี  ย่อมหนีไม่พ้น “สุนัข” สัตว์สี่ขาที่คอยจงรักภักดีกับเจ้าของอย่าง ไม่วันเสื่อมคลาย ไม่ว่าเจ้าของสุนัขจะมีนิสัยเช่นไร จะเคยดุเคยตีหรือแม้แต่ทำร้ายความรักที่เจ้าตูบน้อยมอบแด่เจ้าของก็ไม่เคยจางหายไป แม้คนเลี้ยงสุนัขจะไม่ได้เป็นคนที่รักสุนัขกันทุกคน แต่อย่างน้อย ก็ยังมีคนรักหมาที่น่ารักท่านนี้อยู่อีกหนึ่งคน  พล.ท. บัญชร ชวาลศิลป์ 

          ท่านได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสุนัขไว้หลายเล่ม โดยเฉพาะ คนรักหมา เล่มนี้ ท่านได้บรรจงเขียนด้วยความรักและความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขรวมทั้งหลากหลายกลเม็ดการเลี้ยงเจ้าตูบ อาทิ เคล็ดวิชาให้หมารัก  พยาธิหนอนหัวใจ หมาชรา และอีกมากมายเกี่ยวกับ สัตว์เลี้ยงแสนรัก ที่พร้อมเผยแพร่ต่อไปยังคนอีกหลายต่อหลายคน จึงเป็นที่ประจักษ์ จากคนรอบข้างของท่าน หรือนักอ่านที่ติดตามผลงานของท่านมานานย่อมรู้แก่ใจว่า ท่านคือคนรักหมาตัวจริง และท่านก็จะมอบความรักของท่านเช่นนี้ตลอดไป”……

ข้อมูลหนังสือ

Latest News

mother

วันที่แม่ไม่อยู่

ชวนอ่าน  วันที่แม่ไม่อยู่.. หนังสือสะท้อนอารมณ์ถึงคนที่เป็นสามีและลูกถึงเมียและแม่ในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว  ลองอ่านแล้วจะรู้ว่า หากเรารัก ใส่ใจคนที่เรารักในระหว่างที่เขายังอยู่กับเรา และไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากวันนึงเขาไม่อยู่แล้ว เราจะต้องมาอยู่ในสภาพเหมือนในหนังสือเล่มนี้ ข้อมูลของแม่ในวันที่หายตัวไป ชื่อ : พักโซ-นยอ เกิด : 24 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1938 อายุ : 69 ปี  รูปร่างหน้าตา :   ผมตัดสั้น

Read More »
Chemistry Laboratory

หนังสือประกอบการเรียน : CHM61-103 ปฏิบัติการเคมีพื้นฐาน Basic Chemistry Laboratory

ชวนอ่านหนังสือประกอบการเรียน : CHM61-103 ปฏิบัติการเคมีพื้นฐาน Basic Chemistry Laborator 1 และเชื่อมโยงหนังสือที่ต้องเรียนควบคู่ไปกับเคมี 1 ด้วย คำอธิบายรายวิชา รายวิชานี้เน้นพัฒนาทักษะพื้นฐานในห้องปฏิบัติการผ่านการฝึกเทคนิคการทดลองต่าง ๆ นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผลและจัดการข้อมูลและความคิด ทดลองและเรียนรู้เป็นรายบุคคล ดูคลิปแนะนำหนังสือแบบย่อย ก่อนเลือกอ่านและยืม มีหนังสือประกอบหลายเล่ม ที่ควบคู่ไปกับการเรียนรายวิชา หนังสือประกอบการเรียน : CHM61-101 เคมี

Read More »

Facebook Comments

comments

ซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า

ในวันที่ใครก็เศร้าได้
" 4 หนังสือและบทความเรื่องโรคซึมเศร้า"
ที่เราต้องอ่าน
เพื่อเข้าใจตัวเองและคนอื่น

ซึมเศร้า

จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลกพบว่า โรคซึมเศร้าส่งผลต่อความสูญเสียมาก และพบว่าคนในโลก 1 ใน 20 กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ในวัยรุ่นพบโรคซึมเศร้าประมาณร้อยละ 5 ซึ่งลำดับแรกต้องมาทำความรู้จักกับอารมณ์เศร้า และโรคซึมเศร้ากันก่อน ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจผิดและติดว่าสภาวะเศร้าที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นจัดการได้ แต่โรคซึมเศร้านั้น รุนแรงมากกว่านั้น
เราควรให้ความสำคัญและทำความเข้าใจ จะได้สังเกตและช่วยเหลือคนที่เศร้าได้
อารมณ์เศร้า และโรคซึมเศร้า เป็นสิ่งที่หลายคนสับสน และแนะนำผู้ป่วยซึมเศร้าจนทำให้รู้สึกว่า ไม่เข้าใจฉันบ้างเลยที่ฉันเป็นโรคซึมเศร้า โดยอารมรณ์เศร้านั้น เป็นภาวะปกติของมนุษย์เกิดขึ้นได้และจัดการได้ เมื่อตัวกระตุ้นการเปลี่ยนไป เช่น การสูญเสีย ตกงาน สอบตก เป็นต้น ก็ทำให้เกิดอารมณ์เศร้าได้
เรามารู้ ทำความเข้าใจ เพื่อให้เราเข้าใจตัวเราเองและเข้าใจคนที่เรารัก คนรอบข้างเรามากขึ้นจากหนังสือเหล่านี้กันค่ะ
หนังสือเล่มนี้ควรอ่านเพราะช่วยให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะ และอาการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้มากขึ้น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นในสังคม หากเป็นบุคคลใกล้ชิด ผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับทราบสัญญาณของอาการโรคนี้เร็วขึ้น เพื่อช่วยยับยั้ง ช่วยรักษาคนใกล้ชิดเอาไว้ ไม่ให้เลวร้ายถึงขาดฆ่าตัวตายจบชีวิตของตัวเอง

โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า ถือเป็นโรค ไม่ใช่อาการที่คิดไปเอง ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมุมมองและความคิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าอย่างจริงๆ จังๆ ในอดีต คนที่เป็นโรคซึมเศร้าถูกตัดสินว่า เรียกร้องความสนใจ ผู้ป่วยจึงถูกละเลย ไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง
นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เป็นจิตแพทย์ที่ได้รับการยอมรับทั้งจากผู้ป่วยและแฟนเพจ ได้ให้ความรู้เรื่องโรคซึมเศร้า ตั้งแต่การตรวจเช็คตัวเองเกี่ยวกับข้อบ่งชี้ของโรคซึมเศร้า การวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า บทบาทของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า การทำความเข้าใจผู้ป่วย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า สัญญาณของโรคซึมเศร้า การตรวจสอบพฤติกรรม สภาพทางจิต การปฏิสัมพันธ์ อาการที่ชัดเจนของผู้ป่วย ซึ่งจะนำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย ความรุนแรงในวิธีการฆ่าตัวตาย จนนำไปสู่การบำบัดรักษา การใช้วิธีจิตบำบัด การจัดการบรรเทาความเศร้า สาเหตุของโรค สาเหตุทางจิตวิทยา สาเหตุทางสังคม สาเหตุทางจิตวิเคราะห์ ภาวะของโรคซึมเศร้ามีได้หลายสาเหตุ ทั้งความกดดันทางด้านสังคม ครอบครัว การเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีอาการโรคซึมเศร้าหลังคลอด การนำยาต้านอารมณ์เศร้ามาใช้ในผู้ป่วย การให้ความร่วมมือของผู้ป่วยในการรักษา จนกระทั่งรักษาหาย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ป่วย แพทย์ และผู้ใกล้ชิดคอยประคับประคอง
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในสังคม มีทั่วไปและมากขึ้นเรื่อย ๆ สังคมเริ่มหันมาให้ความสนใจกับโรคนี้อย่างจริงจัง เพราะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมานของโรคนี้ แนวคิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเริ่มเปลี่ยนไป ส่งผลดีให้ผู้ป่วยได้รับความสนใจและเข้าสู่การรักษาที่ถูกต้องมากขึ้น
ชื่อเรื่อง : โรคซึมเศร้า ผู้เขียน : นายแพทย์ประเสริฐ ปีพิมพ์ : 2562 เก็บความโดย : Mi_I Made ​
หนังสือเล่มนี้ควรอ่าน เพราะเป็นข้อมูลวิชาการที่ถูกย่อยมาให้อ่านง่าย ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ได้ง่ายขึ้น ทำให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งการตรวจสอบประเมินตัวเองในเบื้องต้น การเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา เพื่อแก้ไขรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ การให้ความร่วมมือทั้งจากผู้ป่วย ผู้บำบัด และผู้ใกล้ชิด โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคไกลตัวอีกต่อไป เป็นภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

ซึมเศร้า ... เล่าได้

หนังสือเน้นเขียนให้เข้าใจง่าย สื่อสารโรคซึมเศร้า ผ่านตัวเศร้าซึม ทำให้เป็นรูปธรรมเห็นภาพชัดเจน เป็นการ์ตูนแทรกในเนื้อหา ทำให้เข้าใจโรคซึมเศร้า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย เป็นโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้คนรอบข้างไม่เข้าใจ โรคซึมเศร้าที่พบได้ในคนทุกประเภท ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ
ผู้เขียนและแม่เคยมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นโรคซึมเศร้าได้
ตัวเศร้าซึมในจินตนาการของผู้เขียน มีหางสีดำขดเป็นวงกลม มีหูขนาดมหึมา ขนสีดำขลับ กรงเล็บอันแหลมคน ลักษณะที่ปรากฎสามารถทำร้ายมนุษย์ได้ คนที่เป็นโรคซึมเศร้า กลายเป็นภาระของสังครอบครัวและสังคม ส่งผลเสียหายเป็นวงกว้าง เพราะไม่สามารถดูแลและใช้ชีวิตอย่างปกติได้ ภาวะซึมเศร้ามีมาตั้งแต่สมัย 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช แต่ในอดีตมักเข้าใจว่าเป็นเพราะถูกวิญญาณร้ายครอบงำ อาการของโรคซึมเศร้า คือ เกิดความรู้สึกเศร้าหมองตลอดทั้งวัน ขาดความสนใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน น้ำหนักลดหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอนไม่หลับ รู้สึกตื่นเต้นหรือเอื่อยเฉื่อยมากเกินไป รู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่มีแรง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าหรือรู้สึกผิดมากเกินไป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการจดจ่อลดน้อยลงหรือเกิดความลังเลใจได้ง่าย คิดถึงความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตายจนถึงขั้นวางแผนฆ่าตัวตาย
ชื่อเรื่อง:ซึมเศร้า...เล่าได้ ผู้เขียน:หลินอวี๋เหิง และ ไป๋หลิง ผู้แปล:อังค์วรา กุลวรรณวิจิต สำนักพิมพ์:อินสปายร์ ครั้งที่พิมพ์:พิมพ์ครั้งที่ 1/ 2562เก็บความโดย :Mi_I Made
หนังสือเล่มนี้ควรอ่าน ที่ผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์โรคซึมเศร้า ที่เธอต่อสู้ เหมือนให้ได้มองเห็นการถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือว่าเก่ง แกร่ง และกล้าหาญมากๆ ซึ่งจะทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจคนที่เป็นโรคนี้มากขึ้น

เรื่องเล่าจากภูเขาน้ำแข็ง

เป็นหนังสือรางวัลยอดเยี่ยมนายอินทร์ อะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช 2557 เป็นเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เป็นเรื่องในช่วงวัยกำลังใช้ชีวิต บรรยายได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก ตั้งแต่มีอาการจนถึงขั้นตอนการรักษา
ผู้เขียน "ดาวเดียวดาย" ได้เขียนที่มาจากประสบการณ์ตรงของการเป็นผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นโรคซึมเศร้าได้ ผู้เขียนได้มาเล่าแบ่งปันเรื่องราวที่เธอต่อสู้ เหมือนให้ได้มองเห็นการถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือว่าเก่ง แกร่ง และกล้าหาญมากๆ
ผู้เขียนยังรังสรรค์งานได้อย่างมีวรรณศิลป์ ภาษาและการการดำเนินเรื่องมีเสน่ห์ มีสีสัน ชวนติดตาม และยังสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องซึมเศร้า โดยไม่เป็นวิชาการจำทำให้ชวนเบื่อ และนี่คือความกล้าหาญ ความเปิดเผย ความน่าชื่นชม และหัวใจที่เปิดกว้างของผู้เขียนที่ถ่ายทอดความจริงใจในซอกหลืบของคนกลุ่มหนึ่งได้อย่างงดงาม ด้วยการมอบเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนเพื่อเป็นการเรียนรู้ให้ผู้คนในสังคมได้เข้าใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และมองชีวิตอย่างเปี่ยมความหวัง ทั้งยังเป็นพลังใจให้กับเพื่อนร่วมโรคเดียวกันได้อย่างวิเศษ
ชื่อเรื่อง: เรื่องเล่าจากภูเขาน้ำแข็ง ผู้เขียน: เดียวดาย ครั้งที่พิมพ์:พิมพ์ครั้งที่ 1/ 2562 เก็บความโดย :Mi_I Made
บทความนี้ควรอ่าน เพื่อเราจะได้ดูแล คุณพ่อ คุณแม่ คุณลุง คุณป้า เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งกายและใจไปอีกนานแสนนานค่ะ

Anti-depress guides ป้องกันซึมเศร้าวัยเก๋า อารมณ์ดี 24 ชั่วโมง

ภาวะซึมเศร้า อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุที่ลูกหลานอาจจะมองข้ามไป ซึ่งไม่ใช่แค่สุขภาพทางกายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสุขภาพทางจิตใจด้วย หากปล่อยให้ภาวะเช่นนี้กัดกร่อนจิตใจมากขึ้นทุกวัน อาจทำให้ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้สูงอายุเองและคนรอบข้างได้ จึงขอแนะนำบทความดีดีที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้นำไปปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตมีสุข อารมณ์ดี 24 ชั่วโมง
สำหรับผู้สูงวัยมีคีย์หลัก 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกซึมเศร้า เบื่อหน่ายต่อการใช้ชีวิต คือ ฮอร์โมนในร่างกายลดลง, ความเสื่อมของร่างกายทำให้เคลื่อนไหวช้าลง และ ภาวะการเคี้ยวอาหารไม่ไหว ย่อยยาก เราไม่สามารถหยุดปัจจัยทั้ง 3 นี้ได้ แต่อย่างน้อยเราสามารถชะลออาการที่เกิดขึ้นได้โดย
1) วัยฮอร์โมนลดทำอย่างไรดี - เมื่ออายุ 45-50 ปี ผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนจากรังไข่จะลดลงทันที ส่วนผู้ชายจะยังไม่ลดลงทันที แต่ะจะลดลงอย่างช้าๆ แต่จะทันกันภายใน 5-7 ปี ฉะนั้นจึงต้องเตรียมตัว ปรับพฤติกรรม พยายามหากิจกรรมต่างๆ ทำเพื่อดึงตัวเองออกจากความเครียด 2) วัยความเสื่อม เคลื่อนไหวช้า ทำอย่างไรดี – แนะนำว่า ควรเดินจงกรมหรือออกกำลังกายช้าๆ เช่น รำมวยจีน ซึ่งจะช่วยดึงจิตมาอยู่ที่การเคลื่อนไหวมือและเท้า การออกกำลังกายจะเป็นการซ่อมแซมร่างกายที่พร่องลงไป เพื่อจะได้ส่งสัญญาณไปยังสมองให้เกิดการหลั่งฮอร์โมน และปล่อยวางเรื่องเครียด 3) วัยระบบย่อยทำงานช้า ทำอย่างไรดี – เรื่องโภชนาการหรืออาหารนั้น ผู้สูงอายุไม่ควรกินอาหารภายใน 3 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนหลับไม่ดี ส่วนการกินอาหารนั้นควรกินอาหารขนาดมื้อปานกลางแต่กินบ่อยขึ้น และหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ตรวจฟัน ทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟัน และพบแพทย์อยู่เสมอ
1) วัยฮอร์โมนลดทำอย่างไรดี - เมื่ออายุ 45-50 ปี ผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนจากรังไข่จะลดลงทันที ส่วนผู้ชายจะยังไม่ลดลงทันที แต่ะจะลดลงอย่างช้าๆ แต่จะทันกันภายใน 5-7 ปี ฉะนั้นจึงต้องเตรียมตัว ปรับพฤติกรรม พยายามหากิจกรรมต่างๆ ทำเพื่อดึงตัวเองออกจากความเครียด 2) วัยความเสื่อม เคลื่อนไหวช้า ทำอย่างไรดี – แนะนำว่า ควรเดินจงกรมหรือออกกำลังกายช้าๆ เช่น รำมวยจีน ซึ่งจะช่วยดึงจิตมาอยู่ที่การเคลื่อนไหวมือและเท้า การออกกำลังกายจะเป็นการซ่อมแซมร่างกายที่พร่องลงไป เพื่อจะได้ส่งสัญญาณไปยังสมองให้เกิดการหลั่งฮอร์โมน และปล่อยวางเรื่องเครียด 3) วัยระบบย่อยทำงานช้า ทำอย่างไรดี – เรื่องโภชนาการหรืออาหารนั้น ผู้สูงอายุไม่ควรกินอาหารภายใน 3 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนหลับไม่ดี ส่วนการกินอาหารนั้นควรกินอาหารขนาดมื้อปานกลางแต่กินบ่อยขึ้น และหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ตรวจฟัน ทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟัน และพบแพทย์อยู่เสมอ
ชื่อเรื่อง: นิตยสารชีวจิต ปีที่ 21 ฉบับที่ 496 มิถุนายน 2562 หน้า 30-31 เก็บความโดย Jaya.Rtp

และจากสถิติ กรมสุขภาพจิต เผยคนไทยป่วยซึมเศร้า 1.5 ล้านคน เน้นย้ำให้ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าทุกคนให้พบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยาและกระบวนการแพทย์ที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มเป็นใหม่ ๆ โอกาสหายมีสูง เมื่ออาการดีขึ้นเป็นปกติ สามารถดูแลตัวเองต่อได้เช่นปฏิบัติธรรม ควบคู่กินยาต่อเนื่อง พร้อมแนะหลักปฏิบัติตัว 8 ประการ อาทิ อย่าพยายามบังคับตัวเอง หรือตั้งเป้าหมายสูงเกินไป อย่าตัดสินใจในเรื่องสำคัญในชีวิตมากๆขณะมีอาการ ไม่ควรตำหนิตัวเอง

อย่าลืมดูแลตัวเอง ดูแลคนรอบข้าง

Facebook Comments

comments

บ้านเล็กในป่าใหญ่

หนังสือละมุนหัวใจ เรื่องราวของของครอบครัวอิงกัลล์ส ท่ามกลางป่ากว้างในกระท่อมไม้ซุงหลังน้อยอันแสนสุขใน "บ้านเล็กในป่าใหญ่" หนังสือชุดนี้ถือเป็นวรรณกรรมเยาวชนสำคัญของอเมริกาและอาจจะของโลกด้วย เขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สนุก ด้วยเรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เติบโตขึ้นในรอยต่อประวัติศาสตร์ของคนอเมริกันยุคบุกเบิกดินแดนตะวันตก ที่ต้องต่อสู้กับอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ตั้งแต่โรคภัยไข้เจ็บ การย้ายบ้านครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อแสวงหา ‘โอกาส’ ที่ดีกว่า ผ่านการจับจองที่ดิน ภัยธรรมชาติอันโหดร้าย สัตว์ป่า แทรกไว้ด้วยเกร็ดการทำอาหาร ชีวิตทางสังคม ความรัก และความอบอุ่นในครอบครัว จึงกลายเป็นหนังสือ ‘อันเป็นที่รัก’ ของผู้คนมากมาย แนะนำให้อ่านเรียงเล่ม จะทำให้รู้เรื่องราวต่อเนื่องตั้งแต่เด็กจนโต และการอพยพจากทางตะวันออกมาทางตะวันตก และแต่ละเล่มเนื้อหาสมบูรณ์ และให้จบในตัว

เล่ม 1 : บ้านเล็กในป่าใหญ่

บ้านเล็กในป่าใหญ่ เป็นเรื่องราวของครอบครัวเล็กๆ ที่มีพ่อ แม่ พี่เมรี่ ลอร่า และน้องแครี่ บ้านเล็กสีเทาทำด้วยไม้ซุงทั้งต้น อยู่ในป่าใหญ่ของรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา รอบบ้านมีแต่ต้นไม้ใหญ่ ไกลออกไปก็ยิ่งมีต้นไม้หนาแน่น คนที่เดินทางไปทางทิศเหนือ เดินไปตลอดทั้งวันหรือทั้งอาทิตย์แม้จนตลอดเดือน ก็ยังไม่พ้นเขตป่า เขาจะไม่พบอะไรเลย ไม่มีบ้าน ไม่มีถนน ไม่มีผู้คน มีแต่ต้นไม้กับสัตว์ป่า การใช้ชีวิตในบ้านเล็ก มีสัตว์ป่าเป็นอาหาร ฤดูหนาว ที่มีหิมะสูงเป็นเมตร ครอบครัวนี้มีความสุขมากมายในบ้านเล็ก

เล่ม 2 : บ้านเล็กในทุ่งกว้าง

เล่าถึงครอบครัวของลอร่า ที่อพยพออกมาจากป่าใหญ่ ไปอยู่ในทุ่งกว้างดินแดนของพวกอินเดียแดง ที่รัฐแคนซัส พ่อบอกว่าในป่าใหญ่ มีคนอพยพมาอยู่มากเกินไปแล้ว แต่ชีวิตใหม่ในทุ่งกว้าง มีเรื่องราวมากมายในคืนอันเงียบสงัดของทุ่งกว้าง ภายใต้ความกลัวก็มีความรัก ความอบอุ่นของครอบครัวได้อย่างน่าประทับใจ ครอบครัวของลอร่าใช้ชีวิตในทุ่งกว้าง ได้ปีเดียวก็อพยพกันต่อ

เล่ม 3 : เด็กชายชาวนา

เป็นเรื่องของแอลแมนโซ ไวเดอร์ในวัยเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่ในรัฐนิวยอกร์ก เป็นชีวิตที่สนุกสนานและยากลำบากไปด้วย แอลแมนโซไปเรียนหนังสือ แล้วต้องช่วยพ่อปลูกข้าว ปลูกพืชผัก เลี้ยงวัว เลี้ยงแกะ ไปทำงานรับจ้าง แต่ก็มีเวลาที่จะเล่นสนุกกับเพื่อน เรื่องราวของเด็กชายกับพี่ชายอีก 3 คน มีเรื่องราวที่น่าประทับใจของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียง เด็กชายแอลแมนโซ คือสามีของลอร่า

เล่ม 4 : บ้านเล็กริมห้วย

เล่าเรื่องครอบครัวของลอร่า ได้อพยพด้วยเกวียนอีกครั้งหนึ่ง มาที่มลรัฐมินนิโซตา เป็นการเดินทางไกลมิใช่น้อย บ้านหลังใหม่เป็นบ้านใต้ดิน อยู่ติดริมห้วย พ่อบอกว่า ที่นี่เป็นอู่ข้าวสาลี ข้าวสาลียังไม่ทันเก็บเกี่ยว พ่อก็ไปเอาไม้กระดานมาจากในเมือง ค่อยชำระเงินเมื่อขายข้าว บ้านไม้สวยงามและดูแข็งแรง มีพื้นไม้เป็นกระดาน มีหน้าต่างเป็นกระจก และที่นี่เอง ลอร่าและแมรี่ ได้ไปโรงเรียน ได้เรียนหนังสือ

เล่ม 5 : ริมทะเลสาบสีเงิน

เรื่องเริ่มต้นในวันที่สมาชิกในบ้านป่วยเป็นไข้อีดำอีแดงเกือบทุกคน คือแม่ แมรี่ น้องแครี่ และมีน้องเกรซ น้องคนสุดท้องเพิ่มมาอีกคน เหลือเพียงลอร่ากับพ่อที่เป็นกำลังหลักของบ้าน ไข้อีดำอีแดงนี้ทำให้ตาของแมรี่บอดไป แถมเธอยังต้องโกนผมจนเหมือนเด็กผู้ชายด้วย  เป็นการเปิดเรื่องที่ช่างสลดหดหู่เหลือเกิน

ครอบครัวอิงกัลล์ส เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ยิ่งอ่าน เราก็ยิ่งผูกพันกับตัวละครในครอบครัวนี้ ได้แต่ช่วยลุ้นในใจว่า เมื่อไรพวกเขาจะได้พบเจอกับสิ่งที่ดีๆ บ้างสักที

แล้ววันหนึ่ง อาดอเซียก็มาเยี่ยมถึงบ้าน (อาดอเซียเคยปรากฏตัวในเล่มแรกก่อนการอพยพครั้งแรก) อาไฮ สามีของอาดอเซียเป็นผู้รับเหมาสร้างทางรถไฟ และตอนนี้เขากำลังต้องการคนไปช่วยงาน เงินเดือนดีมาก ติดอยู่แต่เพียงว่าครอบครัวอิงกัลล์ส จะต้องย้ายบ้านอีกครั้ง!

การอพยพโยกย้ายในครั้งนี้ แตกต่างกว่าครั้งอื่นๆ อยู่หน่อย
ตรงที่พ่อจะต้องขับเกวียนขนของไปก่อนรอบหนึ่ง จากนั้น แม่และลูกๆ ที่เหลือจะซื้อตั๋วรถไฟขึ้นตามไป มันเป็นการนั่งรถไฟครั้งแรกของเด็กๆ ทุกคน แต่มันกลายเป็นความน่ากลัวมากกว่าตื่นเต้น (รถไฟในยุคแรกเริ่มยังดูไม่ปลอดภัยเท่ากับในยุคนี้เท่าไรนัก)

เล่ม 6 : ฤดูหนาวอันแสนนาน

บรรยายความรู้สึกในฤดูหนาวอันยาวนาน และปีนี้เป็นปีแรกที่ทุกคนได้มาอยู่ที่ทุ่งกว้างกลางที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัว พวกเขามีเวลาเตรียมการไม่นานนักก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ยังเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่เต็มที่ บ้านก็ยังสร้างเอาไว้ไม่แข็งแรงพอ แต่แล้วปีแรก ก็กลายเป็นปีที่มีฤดูหนาวยาวนานกว่าปีอื่นๆ เป็นปีที่มีฤดูหนาวที่โหดร้ายทารุณที่สุดในรอบ 21 ปี มันเป็นฤดูหนาวที่ยาวนานและสร้างความทรมานได้ดีจริงๆ

แต่ครอบครัวนี้ก็รอดพ้นมันมาได้ สมาชิกของคนในเมืองนี้ที่เพิ่งมาตั้งรกรากกันที่เมืองใหม่ (แผ่นดินดาโกต้า) ส่วนมากจะเป็นคนโสด หรือพี่น้อง หรือคู่สามีภรรยาแต่งงานใหม่ แบบที่เป็นครอบครัวใหญ่แบบครอบครัวอิงกัลล์สนี้มีไม่มาก ครอบครัวใหญ่ จึงเป็นครอบครัวที่ต้องบริหารทรัพยากรที่่มีอยู่จำกัด ให้ผ่านพ้นฤดูหนาวอันแสนนานนี้ไปให้ได้ โชคดีที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พวกเขาจะต้องพลิกแพลงกันทุกวิธี เพื่อที่จะอยู่รอดให้ได้ท่ามกลางพายุหิมะและฤดูหนาวอันยาวนาน

เล่ม 7 : เมืองเล็กในทุ่งกว้าง

พบกับเรื่องราวของ “ลอร่า อิงกัลล์ส” เด็กหญิงตัวน้อย ที่เติบโตขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตของเธอลงในหนังสือกระท่อมน้อย ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1870 กลางป่าลึกแห่งมลรัฐวิสคอนซิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งเต็มไปด้วยฝูงสุนัขป่า เสือดำ และหมี และที่ตรงนั้นเอง หนูน้อยลอร่าได้อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ แมรี่ พี่สาว และแครี่ น้องสาววัยแบเบาะของเธอ ในกระท่อมไม้ซุงหลังน้อย ที่อบอุ่นสบาย พ่อเข้าป่าล่าสัตว์ ส่วนแม่ทำเนยและชีส รับประทานกันเอง ตลอดคืนอันยาวนาน แม้สายลมหนาว จะโบกโบย ส่งความรู้สึกเศร้าสร้อยเพียงใด พ่อก็ยังคงขับกล่อมด้วยบทเพลงจากไวโอลินตัวน้อย เพื่อให้ทุกคนอบอุ่นใจและมีความสุข

เล่ม 8 : ปีทองอันแสนสุข

หนังสือเล่มสุดท้ายในชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่ บรรยายเรื่องราวพัฒนาการความรักระหว่างลอร่าและอะแมนโซ่ที่ทำให้อมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง สนุกสนานไปกับความวุ่นวายเล็ก ๆ ในการจัดพิธีแต่งงานอย่างเร่งด่วน เรียนรู้วัฒนธรรมการออกเรือนของหนุ่มสาวอเมริกันในยุคบุกเบิกสร้างบ้านสร้างเมือง

    ……แล้วขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลับขอบฟ้า พ่อก็เล่นเพลงเก่า ๆ ที่ลอร่าเคยได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ ซอดังเป็นเพลงซึ่งลอร่าเคยได้ฟังในป่าใหญ่ มลรัฐวิสคอนซิน แล้วก็ถึงทำนองที่พ่อเคยสีเล่นอยู่ข้างกองไฟกลางทุ่งกว้าง ที่แคนซัส มันทำเสียงโอดครวญเลียนเสียงนกไนติงเกลที่ร้องเพลงกลางแสงจันทร์อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเวอร์ดิกริส ทำให้หวนนึกถึงวันเวลาในบ้านโพรงดินริมลำห้วยพลัมครีกและตอนค่ำในฤดูหนาวที่ในบ้านใหม่ซึ่งพ่อสร้างขึ้นที่นั่น แล้วซอก็ครวญเพลง ที่พ่อเคยเล่นในตอนคริสต์มาสที่ริมทะเลสาบสีเงิน และฤดูใบไม้ผลิหลังฤดูหนาวครั้งที่นานแสนนานครั้งนั้น ครั้นแล้วซอก็บรรเลงทำนองที่แสนจะไพเราะและเสียงลึกทุ้ม ๆ ของพ่อก็ประสานขึ้นมาเป็นเพลงรัก…

เล่ม 9 : สี่ปีแรก

เล่าเรื่องราวถึงความลำบากของลอร่ากับแอลแมนโซ ไวล์เดอร์ ในปีแรกๆ ของชีวิตสมรส และมีเรื่องการเกิดของโร้ส บุตรสาวของลอร่ากับแอลแมนโซ “คุณลองพยายามดูสักสามปีเป็นยังไง พอถึงตอนนั้นแล้ว ถ้าผมทำงานไม่ได้ผล ผมจะเลิกทำนา ไปทำงานอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้ผมทำ ผมสัญญาว่าพอครบสามปีแล้วและผมทำไม่สำเร็จจนคุณไม่อยากจะให้ทำต่อไปอีกผมจะทิ้งไร่ทิ้งนาไปทำงานอื่น ลอร่ายอมตกลงว่าจะลองพยายามดูสามปี เธอชอบม้าและชอบอิสระ ชอบความกว้างใหญ่ไพศาลของทุ่งกว้างซึ่งมีสายลมพัดต้นหญ้าสูง ๆ ในหนองให้โบกยวบยาบ ๆ อยู่ตลอดเวลา ที่ดินสองแปล แปลงละร้อยหกสิบเอเคอร์ ซึ่งดินดำดีมีโอชะอุดมสมบูรณ์ก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาทั้งสอง เพราะแมนลี่ได้พิสูจน์ให้เห็นความเข้มแข็งอดทนของเขาแล้ว”

เล่ม 10 : ตามทางสู่เหย้า

เล่าเรื่องราวในชีวิตของลอร่าและครอบครัวของเธอ ในขณะที่ครอบครัวของเธอเริ่มสร้างบ้านใหม่ หลังจากที่พวกเขาได้ชำระหนี้สินที่จำนองที่ดินเขาไว้เรียบร้อยแล้ว “…เมื่อชำระหนี้สินที่จำนองที่ดินเขาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็อีกราวสองสามปีเท่านั้นเอง แม่บอก และเมื่อสวนผลไม้ออกลูก และถ้าผลไม้ได้ราคาดี ถึงตอนนั้นเราก็คงจะล้อมรั้วรอบที่ดีของเราด้วยลวดหนาม แล้วสร้างโรงนาใหม่ขึ้นตอนนั้นเราก็คงจะมีวัวมีม้าหลายตัวแล้ว และหลังจากนั้นเราจึงจะสร้างบ้านใหม่ แม่ตื่นจากฝันด้วยอาการสะดุ้ง แล้วร้องต๊ายตาย! เป็นเวลาทำงานตอนเย็นแล้ว! เมื่อฉันโปรยข้าวโพดให้ไก่ ตักน้ำจากน้ำพุมาเติมอ่างน้ำของมันทุกใบแล้ว ฉันก็เที่ยวไปหาไข่ แม่ไก่ที่กำลังกกไข่ เอาไข่ซ่อนไว้ตามกองหญ้าแห้งบ้าง ในกองฟางบ้างและแม้แต่ในกองหญ้ารก ๆ ก็ยังมี ฉันได้ยินเสียงแม่ผิวปากอยู่ในกระท่อมขณะที่แม่ทำอาหารเย็น…”

Facebook Comments

comments

ปันสุขจากการอ่าน

สัญลักษณ์แห่งการให้และการแบ่งปัน

ตู้ปันสุข
“หยิบไปแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ตู้แบ่งปัน”
พอดี แบ่งปัน
The Pantry of Sharing
“พ่อแม่ปั้นให้ปันสุข”
การให้ สุขกายและใจ
กระเพื่อมสังคมทำดี
การมาร่วมกันทำให้การช่วยมันใหญ่ขึ้นสามารถสร้างแรงกระเพื่อมส่งต่อการให้ได้เยอะขึ้นกว่าแยกกันทำ
แรงส่ง
การให้ดีเสมอ
สิ่งที่พวกเราทำและทุกๆ คนพร้อมช่วยเหลือกัน พร้อมเอามาแบ่งปัน สิ่งนี้เลยเหมือนแรงชุ่มชื่นในสังคมรู้สึกว่าสังคมไทยรอดอยู่ได้เพราะเรารู้จักกับการให้”
ทำไปอย่างได้ท้อ
แบบดสอบใจ
วิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตทดสอบจิตใจ ซึ่งจะผ่านไป ขอเพียงคนไทยรู้จักการให้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อดทนอีกนิดครับเดี๋ยวเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”
เราต้องรอด
Previous
Next

โครงการตู้ปันสุข

กลุ่มจิตอาสา จัดโครงการ THE PANTRY OF SHARING ตู้ปันสุข ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

หลังจากมีกลุ่มจิตอาสา ในนามกลุ่มอิฐน้อย จัดตั้งโครงการ THE PANTRY OF SHARING ตู้ปันสุข “หยิบไปแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ตู้แบ่งปัน” มีแนวคิดมาจาก โครงการ Free Pantry ของต่างประเทศ โดยนำมาประยุกต์ใช้ในสภาวะวิกฤติ COVID-19 ในประเทศไทย มีจำนวนตู้ปันสุขในกรุงเทพฯทั้งหมด 5 ตู้  โดยตุ้ที่ 1 อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 71 ตู้ที่ 2 อยู่ที่ซอยเพชรเกษม 54 ตู็ที่ 3 อยู่ซอยวิภาาวดี 60 ตู้ที่ 4 อยู่ที่ตลาดบางคอแหลม ตู้ที่ 5 อยู่ที่ จ.ระยอง บริเวณหน้าโครงการ Sky Ville  

      ขณะที่เมื่อหลังจากกลุ่มจิตอาสากลุ่มนี้ได้นำร่องจัดตั้งโครงการตู้ปันสุขขึ้น ณ วันนี้ได้มีผู้คนนำไปเอาเป็นตัวอย่างซึ่งมีมากกว่า 100 ตู้ กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อนจากพิษเชื้อไวรัสโควิด-19

     โดยที่มาของการให้ครั้งนี้มาจาก”พ้่อแม่ปั้นให้ปันสุข” จุดเริ่มต้นของการนำเอาไอเดียรูปแบบตู้ปันสุขของต่างประเทศ Free Pantry มาปรับใช้มาช่วยเหลือพี่น้องคนไทยด้วยกันให้พ้นวิกฤตเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นมีรากฐานมาจากตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่มักจะพาไปเข้าวัดทำบุญจึงทำให้ตนนั้นซึมซับเรื่องของธรรมะและการให้

(ที่มา : โพสต์ทเดย์)

แนวคิดการให้ การแบ่งปันแบบนี้ เราสามารถหาได้ในสังคมไทย และยังมีการให้ในรูปแบบต่าง ๆ เราหาอ่านได้จากห้องสมุด
ภาพจาก สวนผักพอเพียง
บทความ
สวนผักหฤหรรย์ปันยิ้ม แบ่งปันความสุข ปลูกฝังการพึ่งตนเอง / วรเทพ ศุภวาสน์. เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 4 (2560), หน้า 9-11
“ฟาร์มสุขไอศกรีม” ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งชื่นชอบ “รสชาติไอศกรีม” ได้สัมผัสกับ “รสชาติความสุข” ของชีวิต
ฟาร์มสุขไอศกรีม ไอศกรีมเพื่อสังคมแบ่งปันความสุขไม่มีวันละลาย / พงษ์นภา กิจโมกข์. อุตสาหกรรมสาร ปีที่ 59 (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2560), หน้า 22-23.
แบ่งฟ้า ปันดิน / Author ชมัยภร แสงกระจ่าง Published กรุงเทพฯ : คมบาง, 2546 Detail 320 หน้า ; 21 ซม

เรื่องของครอบครัวที่ฝ่ายหญิงต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว แทนฝ่ายชายที่ป่วยหนัก ต้องฟันฝ่าอุปสรรคชีวิต สุดท้ายก็สามารถเข้าใจกันได้ด้วยความรักในครอบครัว

 

สวนสองพี่น้อง ศูนย์เรียนรู้ของครอบครัว แบ่งปันองค์ความรู้เกษตรพอเพียง / ณัฐภูมิ สุดแก้ว. เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 8 (2556), หน้า 48-56.

[pdf id=12539]

การสร้างสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อ แบ่งปันและเอื้ออาทรในประชาคมอาเซียน : บทวิพากษ์ในเชิงปรัญญา วารสารราชบัณฑิตยสถาน, ปีที่ 38, ฉ. 2 (เมษายน - มิถุนายน 2556), หน้า 50-53.
[pdf id=12436]
"ศูนย์พันพรรณ" ของโจน จันได ธนาคารเมล็ดพันธุ์ผักนานาชนิด ปลูกกิน...สำรอง...และแบ่งปัน / ผู้แต่ง ณัฐภูมิ สุดแก้ว เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 11 (2551),หน้า 9-15.

หนังสือเล่มนี้เกิดจากความตั้งที่อยากรวบรวมบทสัมภาษณ์ของ “โจน จันใด” ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านเเละเเนวคิดชีวิตพึ่งตนเอง รวมไว้เป็นเล่มจะได้เอาไว้อ่านง่าย ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตที่กล้าจะแตกต่างจากกระแสบริโภคนิยม เข้าใจวิธีคิด-ทัศนคติของการใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเอง และทำไมจึงต้องเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน??

สารบัญ

– โจน จันใด คนจนผู้ยิ่งใหญ่
– โจบ้านดิน ผู้ผันตัวเองมาเป็นคนเก็บเมล็ดพันธุ์
– ศูนย์พันพรรณของโจน จันใด ธนาคารเมล็ดพันธุ์ผักนานาชาติ ปลูกกิน…สำรอง…และแบ่งปัน
– สัมภาษณ์โจน จันใด
– การพึ่งตัวเอง ไม่ใช่การทำอะไรเองทั้งหมด

ที่นี่เราอยู่กันแบบไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไร เพื่อทำลายความเป็นเจ้าของลง”
ที่บอกว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไร เพราะที่นี่ไม่มีใครถืออะไรเป็นทรัพย์สินส่วนตัว ทุกอย่างเป็นของส่วนกลาง และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้โดยที่ไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีผู้นำ ไม่มีหัวหน้า แม้ว่าโจน จันได จะเป็นคนบุกเบิกที่ดินผืนนี้ แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้นับว่าตัวเองมีสิทธิมากกว่าเพื่อนร่วมชุมชนคนอื่นๆ
Food Truck Club ช่วยเหลือ แบ่งปัน สร้างสรรค์ธุรกิจ /ฉัฐพร โยเหลา อุตสาหกรรมสาร ปีที่ 61 (กันยายน - ตุลาคม 2562), หน้า 19-22.

Facebook Comments

comments

มาปลูกผักกันเถอะ

เล่มแรกที่ ช่วยสร้างบันดาลในการทำสวนครัว​

ความสุขในสวนหลังบ้าน” ความสุขกับธรรมชาติในพื้นที่เล็กๆ กับความคิดคำนึงในดวงใจ  หนังสือเล่มน้อยนี้  เป็นการรวมบทความหรือข้อเขียนในลักษณะความเรียงที่ได้รับแรงดลใจจากธรรมชาติและเรื่องราวต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตของ ผู้เขียน : อิทธิฤทธิ์ ประคำทอง  ระหว่าง พ.ศ. 2547 – 2548 และตีพิมพ์ครั้งแรกลงในคอลัมน์ “สวนหลังบ้าน” หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย “เสาร์สวัสดี” ทั้งหมด 60 เรื่อง แต่ที่มีการคัดเลือกนำมารวมเล่มตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่มสวย สะอาด น่ามองน่าจับต้องครั้งนี้มีทั้งหมด 56 เรื่อง พร้อมภาพประกอบสีน้ำที่ผมเป็นคนเขียนเองด้วย

เล่มที่ 2 เล่มนี้ลองมาปลูกผักง่าย ๆ ลองดูกันดูค่ะว่าเราทำได้มั๊ย

เล่มนี้ลองมาปลูกผักง่าย ๆ ลองดูกันดูค่ะว่าเราทำได้มั๊ย

เล่มนี้ลองมาปลูกผักง่าย ๆ ลองดูกันดูค่ะว่าเราทำได้มั๊ย

เล่มที่ 3 หาเราอยากปลูกผักเอง ต้องรู้จักการขยายพันธุ์พืชง่าย ๆ ได้

เล่มที่ 4 ชวนทุกคนไปหาซื้อผักพื้นบ้านที่วางขายในตลาดสดใกล้บ้าน
เล่มที่ 5 เรียนรู้การปลูกผักของคนในเมือง เพื่อให้สามารถอยู่กับธรรมชาติได้

เล่มที่ 6 ชวนทุกคนไปหาซื้อผักพื้นบ้านที่วางขายในตลาดสดใกล้บ้าน

เล่มที่ 7 อ่านเพลิน ๆ กับเหตุการณ์ของร้านชายผักของหนุ่มโสด

ในปัจจุบันคนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เริ่มมาใส่ใจเกี่ยวกับอาหารการกินที่เป็นธรรมชาติ ปลอดสารพิษ  เริ่มหันมาอะไรๆ ด้วยตัวเอง  หนังสือ  “ปลูกผักกันเถอะ : Let’s Do Some Gardening”  ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก  ที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้น  “มาสร้างสุขภาพดีและกินอยู่แบบพอเพียง พึ่งตนเอง ด้วยมือของเรา”  ลองมาเปลี่ยนพื้นที่ว่างๆ ในบ้านให้เป็นสีเขียวด้วยผักปลอดสารพิษ กันดีกว่า

“คุณป้อม” ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้เรียนรู้ ลองผิด ลองถูกเกี่ยวกับการปลูกผักด้วยตนเอง จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แล้วนำมาลงมือทำด้วยตนเอง เพื่อจะได้พึ่งพาตนเอง ปลูกไว้กินไม่ได้ไว้ขาย ถ้าเหลือกินก็แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน คุณป้อมเลยอยากเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเผยแพร่แนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามรอยพระยุคลบาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  กินอยู่อย่างพอเพียง
เส้นทางการปลูกผักของคุณป้อมเริ่มต้นจากการเพาะถั่วงอก ถือเป็นเคล็ดลับการเริ่มต้นการปลูกผักที่ง่ายที่สุด และค่อย ๆ ปลูกผักชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เช่น ผักบุ้ง  ผักสลัด  กะเพรา โหระพา  ใบแมงลัก พริก เห็ด  ขิง ข่า ตระไคร้ เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดในการปลูกผักของคุณป้อม คือปลูกผักตัวเองอยากกิน ไม่ได้ปลูกตามกระแส 
คุณป้อมได้แนะนำหลักการปลูกผัก  การเริ่มต้นปลูกผักสำหรับมือใหม่หัดปลูก ตั้งแต่การเตรียมแปลงผัก การเลือกภาชนะ อุปกรณ์ในการปลูกผัก การเตรียมดิน บำรุงดิน  การลงมือปลูกผักประเภทต่าง ๆ เช่น ผักสามัญประจำบ้าน ผักเครื่องแกงจืด ผักเครื่องต้มยำ ผักเครื่องลาบ และพืชสมุนไพรที่ควรปลูกติดบ้าน  เมื่อปลูกเสร็จแล้ว ก็ต้องมีวิธีการทะนุถนอมผักด้วยสูตรฮอร์โมนบำรุงผัก  เช่น ฮอร์โมนถั่วเหลือง  ฮอร์โมนไข่ การใช้พืชสมุนไพรในการไล่แมลง  เมื่อผักที่ปลูกเจริญเติบโตงดงามถึงคราจะได้ชื่นชมผลงานการปลูกผักของตนเอง ด้วยการทำอาหารจากเมนูผักที่ปลูกเอง แกงเลียง แกงจืด สลัดผัก  นำมาทำเครื่องดื่มสูตรผักบ้านเรา เช่น น้ำตะไคร้ น้ำใบสะระแหน่  น้ำมิ้นต์มะมนาวปั่น  น้ำโหระพา  นอกจากนั้นยังสามารถนำมาทำน้ำยาอเนกประสงค์  ไว้ใช้ในครัวเรือนได้อีก  
คุณผู้อ่านทุกท่านพร้อมจะลงมือปลูกผักเหมือนคุณป้อมหรือยัง  ลองเลือกผักที่เราชอบกิน ปลูกง่าย ดูแลง่าย มาสักอย่างสองอย่าง  หากพื้นที่มีน้อย ก็ปลูกในกระถาง ในล้อยางรถยนต์  หรือ ขวดน้ำดื่มเราสามารถนำมาดัดแปลง ปลูกผักได้เช่นกัน หาวัสดุอุปกรณ์ใกล้ ๆ ตัวก่อน หัดปลูกผักทีละเล็กละน้อย เพราะการปลูกผักกินเอง นอกจากเราจะได้กินผักที่เราชอบ ปลอดภัยจากสารพิษแล้ว  การที่ได้ทำอะไรที่เราชอบ ก็ถือว่าเป็นการสร้างความสุขทางใจให้กับเราได้เช่นกัน มา ปลูกผักกันเถอะ : Let’s Do Some Gardening

 

เล่มนี้แนะนำมือใหม่ในการปลูกผักให้รอด
ปลูกอย่างไรให้สวยงาม และกินได้
Previous
Next
          “การปลูกต้นไม้” เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด ความเหนื่อยล้าจากการทำงานในแต่ละวัน ถ้าลองหันมาปลูกต้นไม้สักต้น ตัดแต่งสักหน่อย ใส่ปุ๋ยสักนิด ก็จะได้ชื่นชมสีสันของดอกไม้ใบหญ้ารอบๆ บ้านได้อย่างไม่เบื่อแล้วเราจะรู้ว่า ความสุขกายสบายใจหาได้ไม่ยากเลยจริงๆ
          แต่หลายคนมักพบปัญหาเมื่อต้องการปลูกต้นไม้ดอกไม้ประดับสักต้น แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาบ้างก็ว่าเป็นคนมือร้อน ปลูกต้นไม้ไม่ได้ หรือบางท่านแม้ปลูกเลี้ยงจนเติบโตได้ดีแต่ไม่ออกดอกให้เจ้าของได้ชื่นชมสักทีเหล่านี้นับเป็นสิ่งที่ทำให้ท้อแท้และไม่อยากปลูกต้นไม้กันเลย ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มีวิธีแก้ไขไม่ยากเลย เพียงอ่านหนังสือ “มือใหม่ หัดปลูก” เล่มนี้ว่าอยากปลูกต้นไม้เริ่มต้นอย่างไร ทำให้ต้นไม้ออกดอกต้องทำอย่างไร ใส่ปุ๋ยตอนไหน “เรียนรู้ปฏิบัติอย่างถูกวิธีด้วยเคล็ดลับและขั้นตอนง่ายๆ แล้วจะรู้ว่าปลูกต้นไม้ไม่ยากสำหรับใครเลย”

       รวมเรื่องราวเกี่ยวกับขยายพันธุ์พืชที่ทำได้ง่าย ๆ โดยประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ที่ผู้เขียนเคยปฏิบัติมา สอนการขยายพันธุ์พืชขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูงที่นำมาปรับใชัได้กับไม้ทุกประเภท ทั้งไม้ประดับและไม้ผล เช่น เพาะเมล็ด วิธีปักชำ ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ต่อยอด ติดตา โดยเน้นการขยายพันธุ์ไม้ผลรอบบ้านที่นิยมปลูกกัน ฝึกหัดให้ชำนาญทำเป็นงานอดิเรก หรือจำหน่ายต้น พันธุ์พืชเป็นรายได้เสริม

        มีคนเคยบอกว่า ถ้าคิดจะปลูก ต้องขยายพันธุ์ได้ ไม่งั้นก็ขาดตอน การขยายพันธุ์พืช ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ง่าย มันมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่สำคัญ ทำด้วยหัวใจ แล้วก้าวต่อไปจะตามมา

        Horicultural Therapy ผู้เขียนบอกว่ายังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ แต่ถ้าอ่านเล่มนี้จบ คุณจะรู้ว่าการบำบัดด้วยการปลูกต้นไม้เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดและง่ายที่สุด ปลูก ดูแล เติบโต ขยายพันธุ์ แจกจ่าย มันสุขยังไงให้วัน เวลา และวัยของต้นไม้บอกคุณ

ข้อมูลหนังสือ

ชื่อเรื่อง: เทคนิคขยายพันธุ์พืช : Plant Propagation

ผู้เขียน: รศ.ดร. ยิ่งยง ไพสุขศานติวัฒนา  

           มนุษย์กับธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ ธรรมชาติมีพลังและทำให้มนุษย์มีพลังชีวิตไปด้วย กระบวนการปลูกผักมีส่วนในการดึงด้านในของมนุษย์ออกมาให้เห็นว่าเขามีศักยภาพและมีคุณค่า ไม่ว่ามนุษย์จะทำการปลูกผัก ทำสวน ถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้เราพบกับชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างแท้จริง
          “เติบโตไปด้วยกัน สวน+ผัก+ คน+เมือง”  เป็นหนังสือที่สะท้อนการเติบโตด้านในของมนุษย์ ที่ไม่ได้เพียงความต้องการด้านอาหารเพื่อยังชีพ แต่ต้องการบ่มเพาะจิตใจเพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การปลูกผักที่คิดว่าเป็นการผลิตอาหารด้วยตนเองของคนเมือง กลายเป็นกระบวนการบำบัดเยียวยาที่ช่วยพื้นฟูความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับคนปลูก และบางครั้ง  “เรื่องของสวนผัก” อาจจะเป็นทางสว่างที่ช่วยให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับความเจ็บไข้ได้ป่วย ทุกข์ทรมานทั้งทางกายและใจ ได้รับการบำบัดเยียวยา และอาจเป็นหนทางหนึ่งที่สำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพทั้งของตนเอง สังคม ประเทศ และโลกของเรา
การกินผักไม่เป็นของคนปัจจุบันกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายหลายองค์กรลุกขึ้นมาพูดถึงและหาทางออก เพราะตระหนักดีว่าวงจรชีวิต “ผัก” และชีวิต “คน” ต่างส่งผลถึงกัน ในยุคที่เข้าถึงข้อมูลทำได้ง่ายดายแต่การเข้าถึง “ตลาดสด” และ “ผักพื้นบ้าน” กลับยากเย็นและแทบที่เป็นไปไมได้เอาเลยสำหรับชีวิตคนเมืองไม่รู้จะด้วยเพราะความสะดวกที่มากเกินไป หรือความใส่ใจไม่มากพอ ตลาดสดคือวิถีที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน แต่ตลาดสดกลางเมืองใหญ่หลายแห่งกำลังจะอับเฉาสิ้นแรง ไม่ต่างจากผักพื้นบ้าน ผักท้องถิ่นริมรั้ว ผักสวนครัวที่ขึ้นตามฤดูกาล ปลูกกันตามสวนหลังบ้าน หรือท้องไร่ท้องนา ที่นับวันจะพบเห็นยากขึ้น และคนที่กินเป็นก็มีน้อยลง ด้วยเงื่อนไขของสังคมบริโภคนิยม ส่งผลให้พืชผักเหล่านี้ห่างหายไปจากแผงผักในตลาด และโต๊ะอาหารในบ้านเรา
เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของหนุ่มโสดในหมู่บ้านแตชีที่บอกเล่าจากปากต่อปากจนทำให้มีลูกค้านับหมื่นเข้ามาจับจ่ายภายในร้านตลอดเวลา แม้เป็นวันที่ฝนตกหรือหิมะลงก็ตาม อาจฟังดูเหลือเชื่ออยู่สักหน่อย แต่ร้านขายผักของหนุ่มโสด ก็เป็นร้านที่มียอดขายต่อตารางเมตรสูงสุดในเกาหลี ด้วยรสชาติและการบริการที่เยี่ยมยอด จนทำให้บรรดาคุณแม่ในกังนัม ประทับใจกับการทำงานของร้าน ดูราวกับเป็นเวทีการแสดงพลังความหนุ่มความสาว ที่บริษัทใหญ่ๆ ต่างพูดกันว่านี่เป็นเพียงความฝัน แต่หนุ่มโสด

Facebook Comments

comments

ดอกไม้บาน ต่อต้าน COVID-19

Blossoming Flowers

คิดถึงวลัยลักษณ์กันมั๊ย

ยามเวลาที่ COVID-19 ระบาด

ที่นี่ ดอกไม้ หน้าร้อนบานสะพรั่งหลากสีสัน สวยงาม

พวงคราม

Facebook Comments

comments